พายุถล่มยุโรป: มีรายงานผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศส ออสเตรีย และอิตาลี

พายุกำลังแรงพัดถล่มพื้นที่ทางตอนกลางและตอนใต้ของยุโรป ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 รายรวมถึงเด็ก3 คน สาเหตุของการเสียชีวิตซึ่งส่วนใหญ่มาจากต้นไม้ล้มในอิตาลีและออสเตรียและบนเกาะคอร์ซิกาของฝรั่งเศส ฝนตกหนักและลมแรงทำลายจุดตั้งแคมป์บนเกาะ ขณะที่ในเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี หอระฆังของมหาวิหารเซนต์มาร์กปลิวไป ทั้งนี้พายุจะตามมาอีกหลายสัปดาห์ เพราะ คลื่นความร้อนและความแห้งแล้งในหลายพื้นที่ของทวีป เห็นได้จากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งเป็นพิเศษ

เหตุการณ์สภาพอากาศที่แปรปรวน ทั้งคลื่นความร้อนและพายุรุนแรงและบ่อยขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ โดยโลกได้มีอุณหภูมิที่อุ่นขึ้นประมาณ 1.1 องศาเซลเซียสตั้งแต่ยุคอุตสาหกรรมเริ่มต้นขึ้นและคาดว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างน้อย ๆ รัฐบาลทั่วโลกควรตระหนักถึงการลดการปล่อยมลพิษ

 

Europe storms: Deaths are reported in France, Austria, and Italy

Powerful storms have battered areas of central and southern Europe, killing at least 12 people including three children. The deaths, most from falling trees, were reported in Italy and Austria, and on the French island of Corsica. Heavy rain and winds wrecked campsites on the island, while in Venice, Italy, masonry was blown off the belltower of St Mark’s Basilica. The storms follow weeks of heatwave and drought across much of the continent. Many parts of Europe have seen weeks of exceptionally hot and dry weather.

Extreme weather events, including both heatwaves and storms, have become more intense and more frequent in recent years because of human-induced climate change. The world has already warmed by about 1.1C since the industrial era began and temperatures will keep rising unless governments around the world should be make steep cuts to emissions.