ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เปิดนิทรรศการมัลติมีเดียระดับโลก ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE ครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพฯ

หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับนิทรรศการมัลติมีเดีย FROM MONET TO KANDINSKY และเมื่อวันพุธที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2 ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ต่อยอดงานนิทรรศการระดับโลกทันทีด้วยการเปิดตัว ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE นิทรรศการมัลติมีเดียที่นำเสนอ 4 อิตาเลียนมาสเตอร์แห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (Renaissance) ไม่ว่าจะเป็นเลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) มิเคลันเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และบอตติเชลลิ (Botticelli) ผู้ทรงอิทธิพลอันก่อให้เกิดยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการอิตาเลียนที่เป็นแรงบันดาลใจมาถึงปัจจุบัน สำหรับนิทรรศการนี้ ผู้ชมจะได้เดินทางกลับไปสู่ช่วงเวลาหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงและตื่นตัวด้านวิทยาการ รอบพรีวิวที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ได้ต้อนรับศิลปินผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น

คุณจิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณสมนึก คลังนอก, คุณศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, คุณสิริมา ไชยปรีชาวิทย์, คุณพัฒนพงศ์ มณเฑียร, คุณตุล ไวฑูรเกียรติ, คุณเรวัฒน์ ชำนาญ, คุณรัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์ และคุณมรุวุตม์ บูรณศิลปิน ร่วมด้วยทูตานุทูต ผู้คนในแวดวงธุรกิจ ที่มาร่วมเป็นเกียรติและเป็นบุคคลกลุ่มแรกที่ได้ชมนิทรรศการระดับเวิลด์คลาสนี้

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE จะเปิดให้บุคคลทั่วไปได้เข้าชม
ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2562 ณ อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2

ในโอกาสพิเศษนี้ คุณลินดา เชง กรรมการผู้จัดการ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขึ้นกล่าววและแสดงความขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่านที่มาร่วมเปิดนิทรรศการ “ที่ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก แห่งนี้ ทุกโปรเจ็กต์ที่รังสรรค์ขึ้นมามิได้เพียงเพื่อการศึกษาเท่านั้น แต่เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความซาบซึ้งในศิลปะและดนตรีสำคัญอย่างมากต่อจิตวิญญาณและความสมานสามัคคีในสังคม การได้อ่านข้อมูลที่จัดแสดงไว้บนบอร์ด ทำให้ผู้ชมทราบว่าศิลปินทั้งสี่ท่านไม่ได้มีเพียงแค่พรสวรรค์แต่พวกเขาบากบั่นทำงานหนัก จึงไม่น่าแปลกใจว่าความขยันขันแข็งนำความสำเร็จในชีวิตมาให้กับทุกคนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงเป็นพันธกิจของมวลมนุษยชาติที่จะสรรค์สร้างผลงานอันเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ เข้าถึงได้ และเป็นที่ปรารถนาของคนรุ่นใหม่”

ด้านของมร. โอเลก มารีนิน Managing Partner แห่ง Vision Multimedia Projects ผู้สร้างสรรค์นิทรรศการนี้ได้ส่งความขอบคุณและร่วมแสดงความยินดีที่นิทรรศการนี้ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกที่กรุงเทพ “จุดประสงค์ของนิทรรศการมัลติมีเดีย Italian Renaissance แสดงให้เห็นว่าไอเดียที่เกิดขึ้นในยุคนั้นมีความยอดเยี่ยมและทันสมัยอย่างไรในเวลานั้น อะไรที่แอบซ่อนอยู่ในงานจิตรกรรมและประติมากรรมชิ้นเลื่องชื่อ อีกทั้งบริบทด้านวัฒนธรรมและสังคมในยุคสมัยนั้น”

 

นอกจากนี้ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ร่วมกับการบินไทย ได้แถลงถึงการจับรางวัลลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
กรุงเทพ-โรม (ชั้นประหยัด) จำนวน 2 ใบ โดยผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมนิทรรศการจะได้รับคูปองและท่านสามารถ
ส่งคูปองนี้เพื่อลุ้นรางวัลได้ที่ RCB Gallery Shop ผู้โชคดีเกิดจากการสุ่มจับจับรางวัลเมื่อเสร็จสิ้นนิทรรศการ
ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก ขอขอบพระคุณที่ได้ต้อนรับผู้แทนจากการบินไทย

นิทรรศการมัลติมีเดีย ITALIAN RENAISSANCE จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก (World Premiere)
ที่อาร์ซีบี แกลเลอเรีย (RCB Galleria) ชั้น 2 Contemporary Art Space ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก
ตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2562

บัตรราคา 350 บาท (ผู้ใหญ่) 250 บาท (เด็ก 4 ขวบขึ้นไป / นักเรียนและนักศึกษาถึงระดับปริญญาตรี / ผู้อาวุโส 60 ปีขึ้นไป)  ซื้อบัตรได้ทางเว็บไซต์ Zip Event https://bit.ly/2UfjVze

บัตร 1 ใบ เข้าชมได้ตลอดทั้งวัน เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 22.00 น.

ติดตามอัพเดทกิจกรรมสนุกๆ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับกูรูด้านศิลป์ทั้งไทยและต่างชาติ คอนเสิร์ต ปาร์ตี้ เวิร์คช็อปได้ตลอดทั้งสามเดือนทาง Facebook : River City Bangkok

เกี่ยวกับนิทรรศการ

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE ออกแบบและเนรมิตขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก เป็นการนำเสนอผลงานของสี่ศิลปินคนสำคัญผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุคเรอเนสซองส์ (Renaissance) คือ
เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และ บอตติเชลลี (Botticelli) พวกเขาดำรงชีวิตและสร้างสรรค์ผลงานไว้มากกว่า 500 ปีที่แล้ว แต่มรดกตกทอดยังคงเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลกเป็นอย่างมาก ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมายในรูปแบบมัลติมีเดียอันทันสมัยที่สุดและผสมผสานอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยการฉายภาพโดยโปรเจ็กเตอร์ ภาพกราฟิคอะนิเมชั่นและดนตรีประกอบ

ความรุ่งเรืองแห่งอดีต

ช่วงต้นศตวรรษที่ 15 ประเทศอิตาลีเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูทางวัฒนธรรมซึ่งเรียกกันว่า “ยุคเรอเนสซองส์” อันมีอิทธิพลต่อแง่มุมต่างๆ ของสังคม บรรดาศิลปินแห่งเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) พากันปฏิเสธรูปสัญลักษณ์ (Iconography) ในสมัยกอธิค (Gothic) และโรมาเนสก์ (Romanesque) ที่มีมาก่อนหน้านี้ และพวกเขาได้ก่อกำเนิดความรุ่งเรืองแห่งศิลปะคลาสสิคขึ้นมาใหม่อีกครั้งซึ่งมีความเป็นมนุษย์นิยมและปัจเจกบุคคลมากขึ้นอันนำมาสู่การถือกำเนิดของยุคร่วมสมัย บริบทแวดล้อมต่างๆ กำลังพรั่งพรูขึ้นมาใหม่และผลักดันให้ผู้คนศึกษาด้านมนุษยศาสตร์จากความเมตตาสนับสนุนของตระกูลเมดีชี (Medici) พวกศิลปินในยุคเรอเนสซองส์ตอนต้นจึงเริ่มสร้างสรรค์ผลงานที่เปี่ยมไปด้วยความรู้ด้านสถาปัตยกรรม ปรัชญา เทววิทยา คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และการออกแบบ นวัตกรรมต่างๆ งอกงามขึ้นจากศิลปะในช่วงเวลานี้ เปรียบเสมือนแงสั่นที่กึกก้องไปทั่วและส่งผลต่อด้านการสร้างสรรค์และวัฒนธรรมมาจนถึงปัจจุบัน

เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) ราฟาเอล (Raphael) และบอตติเชลลี (Botticelli) จึงกลายเป็นตำนานที่น่าจดจำที่สุดของยุคสมัยอย่างไม่ต้องสงสัย พวกเขาขยายนิยามคำว่าบุรุษแห่ง
“เรอเนสซองส์” ในด้านความสามารถและเป็นมาสเตอร์ด้านต่างๆ ผู้มีความสนใจที่หลากหลาย

เลโอนาร์โด ดา วินชี (Leonardo da Vinci) เป็นตัวอย่างแรกสุดของคำว่า “บุรุษแห่งเรอเนสซองส์” (“Renaissance Man”) อย่างแท้จริง เพราะเขามีความเข้าใจอันลึกซึ้งและมีความสนใจที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตาม ความสนใจส่วนตัวของเขานำไปสู่ความเป็นเลิศในระดับมาสเตอร์ด้านต่างๆ เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจิตรกรผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ผลงานไอคอนของเขายังคงมีผู้นำไปศึกษาต่อและได้รับการยกย่องมาจวบจนปัจจุบัน

ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) คือผู้ถ่ายทอด “ลักษณะ” อันแท้จริงในยุคแรกๆ ของประวัติศาสตร์ศิลปะ เขาเป็นอัจฉริยะผู้รู้รอบด้านคนหนึ่งผู้ได้รับการขนานนามอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคอิตาเลียน เรอเนสซองส์ (Italian Renaissance) ผลงานของไมเคิลแองเจโลที่ทรงอิทธิพลต่อการนำไปต่อยอดมากที่สุด ได้แก่ ภาพจิตรกรรมขนาดมหึมาที่เล่าเรื่องในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลซึ่งปรากฏอยู่ที่โบสถ์ซิสทีน (Sistine Chapel) รูปปั้นเดวิด (David) ชายผู้สมบูรณ์แบบที่ตระหง่านด้วยความสูง 17 ฟุต และประติมากรรมปิเอตา (Pieta) อันสะเทือนอารมณ์ ทั้งหมดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในชิ้นงานศิลปะระดับอัจฉริยะมากที่สุดของโลกซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากให้มาชมในปัจจุบัน

ราฟาเอล (Raphael) ไม่เพียงแต่เป็นมาสเจอร์แห่งเทคนิคอันเป็นลายเซ็นในช่วงที่ศิลปะยุคเรอเนสซองส์เฟื่องฟูถึงขีดสุด (High Renaissance) ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคสฟูมาโต (Sfumato) การวาดเพอร์สเปคทีฟ (Perspective) ความแม่นยำด้านสรีระศาสตร์ รวมถึงอารมณ์อันแท้จริงและการแสดงออก นอกจากนี้ เขายังได้สอดแทรกสไตล์ส่วนตัวซึ่งก็คือความชัดเจน สีที่สด องค์ประกอบที่ง่ายและความงามสง่าอันเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเขา

บอตติเชลลี (Botticelli) เป็นผู้เชื่อมโยงช่องว่างระหว่างสไตล์งานจิตรกรรมกอธิค (Gothic) ในยุคกลางและการถือกำเนิดของความจริงด้านมนุษยนิยม ผลงานของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้ด้านสรีระวิทยาของมนุษย์และการวาดภาพเพอร์สเปคทีฟ (Perspective) แต่อย่างไรก็ตามยังคงไว้ซึ่งคุณค่าแห่งการตกแต่งให้สวยงาม

การพลิกฟื้นคืนชีวิตด้วยเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 21

นิทรรศการมัลติมีเดีย ITALIAN RENAISSANCE เป็นเรื่องราวของมาสเตอร์ทั้งสี่คนแห่งยุคสมัยนั้น ผลงานของพวกเขาได้รับการนำเสนออย่างน่าตื่นตาตื่นใจด้วยระบบเสียงแบบเซอร์ราวนด์และการฉายโปรเจ็กเตอร์เป็นภาพขนาดใหญ่ ภาพเฟรสโก้ (Fresco) ชิ้นระดับตำนานที่ประดับอยู่ที่สถาปัตยกรรมของอิตาลีและจิตรกรรมบนผืนผ้าใบจากพิพิธภัณฑ์
ทั่วโลกถูกปลุกให้มีชีวิตขึ้นอย่างง่ายดายด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล การฉายโปรเจ็คเตอร์จะเปลี่บนไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นการปลุกชีวิตขึ้นมาให้เคลื่อนไหวไปพร้อมกับท่วงทำนองของดนตรีและสะกดให้ผู้ชมเข้าสู่ท้องทะเลแห่งสีสันและเสียงดนตรี

การให้ความบันเทิงพร้อมความรู้

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE เป็นสื่อด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ก่อนที่จะเข้าสู่ห้องมัลติมีเดีย ผู้ชมจะพบกับ Anteroom หรือ Introduction Room ซึ่งพวกเขาจะซึมซับบริบทแห่งยุคสมัย พร้อมกับได้สังเกตและเข้าใจความคิดที่สำคัญ รวมถึงข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับจิตรกรและผลงาน ทุกองค์ประกอบนำเสนอในรูปแบบอินเตอร์แอ็คทีฟและเข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น ผู้ชมจึงได้ดื่มด่ำไปกับศิลปะในอดีตอันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์และข้อมูลที่ซ่อนเร้นไว้

การออกแบบและโปรดักชั่น

นิทรรศการ ITALIAN RENAISSANCE ได้รับการพัฒนาและออกแบบโดย VISION MULTIMEDIA PROJECTS บริษัทระดับอินเตอร์ที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านดีไซน์ โปรดักชั่น และการทำนิทรรศการที่นำไปจัดแสดงในที่ต่างๆ ในรูปแบบมัลติมีเดียอันทันสมัย เทคโนโลยีที่ใช้ในการเนรมิตนิทรรศการต่างๆ ของพวกเขาคืองานกราฟิคอะนิเมชั่น วิดีโอโปรเจ็คเตอร์ที่ทันสมัยและให้ภาพคมชัดนับสิบเครื่อง จอขนาดใหญ่และระบบเซอร์ราวนด์ซาวนด์ นิทรรศการที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแล้วและประสบความสำเร็จคือ  From Monet to Kandinsky. Visions Alive และ Van Gogh. Live in Art ที่จัดแสดงไปทั่วโลกตั้งแต่ปี 2014 ถึง 2019

 

RIVER CITY BANGKOK PRESENTS ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE MULTIMEDIA EXHIBITION

Following the resounding success of FROM MONET TO KANDINSKY, River City Bangkok now presents part two of the immersive multimedia exhibition with an exclusive preview of ITALIAN RENAISSANCE WORLD PREMIERE on Wednesday, August 7 2019 at RCB Galleria (2nd fl.). This multimedia exhibition featuring four of the world’s greatest masters da Vinci, Michelangelo, Raphael, and Botticelli whose influence, which started in the Italian Renaissance era, has continued to inspire to this very day. In this exhibition, the visitor is transported back to one of the most important periods of transformation and scientific awakening. This exclusive preview welcomed distinguished artists and famous figures in the art society, diplomats, business leaders, and members of the media, who were the first in the world to immerse themselves in this world-class exhibition.
ITALIAN RENAISSANCE will be open to the public from August 8 until October 31, 2019. It’s open daily from 10 a.m. until 10 p.m. at RCB Galleria (2nd fl.).

On this special occasion, Ms. Linda Cheng, Managing Director of River City Bangkok gave a thought-provoking speech to thank supporters to mark the official opening of the world premier of ITALIAN RENAISSANCE:

“At River City Bangkok, not only all our projects must be educational, we also strongly believe that art and music appreciation are crucially important for the spiritual wellbeing and harmony of our society. Through the readings of the information panels, visitors will find that these men were extremely talented, but also always hardworking. It is no surprise that diligence stays true for everyone who wants to achieve something in their lives. It is our duty and contribution to mankind that we continue to make their inspirational work accessible and desirable especially to the young generation.”

Mr. Oleg Marinin, Managing Partner Vision Multimedia Projects sent thanks and congratulations for this world debut in Bangkok:

“Italian Renaissance Multimedia Exhibition’s purpose was to show how great and extremely modern Renaissance ideas were for that time, what secrets were hidden in these well-known paintings and sculptures, and what was the cultural and social atmosphere of the period.”

Additionally, River City Bangkok in partnership with Thai Airways announced the lucky draw of two round-trip tickets for BKK-Rome (economy class). All ticket purchases will come with a coupon, which should be dropped in the lucky draw in the RCB Gallery Shop. The lucky winner will be randomly drawn at the end of the exhibition. To launch this three-month promotional campaign, River City Bangkok was honored to welcome a distinguished representative from Thai Airways.

ITALIAN RENAISSANCE starts from August 8 (public opening) until October 31, 2019 at RCB Galleria (2nd fl.). Tickets are available on Zip Event https://bit.ly/2UfjVze

350 THB (adults) and 250 THB (children aged over 4 years / students / seniors aged over 60 years)

All tickets are a one-day pass. River City Bangkok is open daily from 10 a.m. – 10 p.m.

Alongside the exhibition will be talks by Thai and international experts, as well as concerts, workshops, and a party. Follow Facebook : River City Bangkok for more details.

About the Italian Renaissance exhibition

The exhibition ITALIAN RENAISSANCE has been specially designed and produced for River City Bangkok by Vision Multimedia Projects. It presents works of four extraordinary artists, titans of the Renaissance – Leonardo da Vinci, Michelangelo, Raphael, and Botticelli. They lived and worked more than 500 years ago, but their legacy lives on, and are highly appreciated all over the world. Visitors to the exhibition can enjoy the Italian Masters masterpieces in the most modern multimedia format with the unique combination of HD projections, animated graphics and music.

Glory of the Past

At the beginning of the 15th century, Italy experienced a cultural rebirth, a Renaissance that would massively affect all sectors of society. Turning away from the preceding Gothic and Romanesque periods’ iconography, Florentine artists spurred a rejuvenation of the glories of classical art in line with a more humanistic and individualistic emerging contemporary era. Based in this flourishing new environment that empowered people to fully immerse themselves in studies of the humanities, funded by the generosity of the Medici family, early Renaissance artists began to create work intensified by knowledge of architecture, philosophy, theology, mathematics, science, and design. The innovations that emerged in art during this period would go on to cause reverberations, which continue to influence creative and cultural arenas today.

Leonardo da Vinci, Michelangelo, Raphael, and Botticelli are undoubtedly the period’s most notable legends who exemplify the term “Renaissance Man” in their proficiency and mastery of multiple subjects and interests.

Leonardo da Vinci was indeed the first prime exemplar of the term “Renaissance Man” as he immersed in the comprehension and accomplishment great scale of varied interests. Although his exhaustive personal interests led to his mastery of multiple fields, he is widely considered one of the greatest painters of all time. His iconic works continue to be studied and revered today.

Michelangelo is one of art history’s earliest true “characters.” He was a polymath genius who is widely considered to be one of the greatest artists of the Italian Renaissance period. Michelangelo’s most seminal pieces – the massive painting of the biblical narratives in the Sistine Chapel, the 17-foot tall testament to male perfection David, and the heartbreakingly genuine Pietà – are considered to be some of the world’s most genius works of art, still drawing large numbers of tourists to marvel at their beauty.

Raphael not only mastered the signature techniques of High Renaissance art, such as sfumato, perspective, precise anatomical correctness, and authentic emotionality and expression, but he also incorporated a clarity, rich color, effortless composition, and grandeur that was distinctly his own.

Botticelli bridged the gap between the Medieval Gothic style of painting and an emerging Humanist Realism. His work incorporated an emerging knowledge of human anatomy and perspective, yet it retains a decorative quality.

Brought to life with 21st century technology

The multimedia exhibition «Italian Renaissance» is the story of four masters of their time, with their work dynamically presented with surround sound and large projections. Legendary frescos from historic Italian buildings and canvases from museums all over the world are brought to life with the help of digital technologies. The exhibition aims to  capture the viewer into the emotive flood of colors and sounds.

Edutainment

«Italian Renaissance» exhibition is also a serious educational platform. Before entering the multimedia show, visitors will be able to take in the biographies of the artists and stories of their most famous works and the period. Visitors may be surprised by the amusing facts and surprising hidden details behind the works. It is highly encouraged for visitors to read each information panel before entering the multimedia rooms for an enriched experience.

Design and Production

The exhibition «Italian Renaissance» is developed and designed by VISION MULTIMEDIA PROJECTS, a company with an expertise in design, production and touring exhibitions in modern multimedia formats. The technologies used in developing their exhibitions include multichannel animation graphics, dozens of modern beamers of the highest resolution, huge screens and surround sound. Among the previous successful projects of the company are «From Monet to Kandinsky. Visions Alive» and «Van Gogh. Live in Art», which were presented around the world from 2014 to 2019.