วันอาหารโลก ปี 2018: เพื่อโลกที่ปราศจากความหิวโหย

ภาพ: Business Standard

องค์การอาหารและการเกษตรสหประชาชาติ หรือ FAO จากสหประชาชาติ ประกาศให้วันที่ 16 ตุลาคม เป็นวันอาหารโลก (World Food Day) วันอาหารโลก หรือ WFD แต่งตั้งโดยประเทศสมาชิกใน FAO ซึ่งประกาศที่การประชุมสามัญครั้งที่ 20 ขององค์การ เมื่อพฤศจิกายน ปี 1979

โดยแนวคิดของวันอาหารโลกนั้นมาจาก Dr. Pal Romany อดีตรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในประเทศฮังการี ผู้ริเริ่มให้มีวันอาหารโลก ณ การประชุมครั้งที่ 20 ของ FAO และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา วันที่ 16 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันที่ประเทศ 150 ประเทศทั่วโลกจะมองเห็นถึงปัญหาต่างๆ และมีจุดประสงค์เพื่อช่วยกันขจัดความหิวโหยและความยากจน

จุดประสงค์หลักของวันอาหารโลกคือ การส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหารและการขจัดความหิวโหยที่มีอยู่ทั่วโลก ในทุกๆปี วันอาหารโลกนี้จะมีธีมที่แตกต่างกัน โดยวันอาหารโลกในปี 2018 นั้นจะเน้นในเรื่องการครบรอบปีที่ 73 ของ FAO โดยในปีนี้ องค์กรมีจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนให้โลกกลายเป็นที่ที่ปราศจากความหิวโหย (Zero Hunger) โดยมุ่งเน้นให้สำเร็จภายในปี 2020

จากรายงานกล่าวว่า ผู้คนทั่วโลกได้เผชิญถึงปัญหาความอดอยากและหิวโหย โดย FAO เปิดเผยว่ามีผู้คนราว 815 ล้านคนทั่วโลก ต้องเผชิญกับโรคขาดสารอาหารเรื้อรัง ความขัดแย้งต่างๆ สงคราม อากาศหนาวหรือร้อนเกินไป อากาศเปลี่ยนแปลง เศรษฐกิจตกต่ำ และการลดจำนวนของสินค้าทางเกษตร และปัญหาดังกล่าวยังเป็นอุปสรรคอันสาหัสสำหรับผู้ที่ต้องต่อสู้กับความหิวโหยและภาวะขาดสารอาหาร

อย่างไรก็ตาม หน้าที่หลักของ Zero Hunger นั้นจะสำเร็จได้ถ้าประเทศทั่วโลกและทั่วทุกทวีปช่วยกันดำเนินการ Zero Hunger จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และยังช่วยสร้างสันติภาพระยะยาวในสังคม

วันอาหารโลกเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงถึงพันธสัญญา ความมุ่งเน้นที่จะสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน การขจัดความหิวโหยและภาวะขาดสารอาหาร โดยในปีที่ผ่านมา วันอาหารโลกนั้นได้ตระหนักถึงมุมมองที่แตกต่างของความมั่นคงทางด้านอาหารและเกษตรกรรม การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

 

World Food Day 2018: A ‘Zero Hunger’ World Is Possible

Photo Credit: Business Standard

To mark the foundation day of Food and Agriculture Organization (FAO) of the United Nations, 16th October is celebrated as World Food Day across the globe. The World Food Day (WFD) was recognized by FAO’s Member Countries at the 20th General Conference of the Organization’s in November 1979.

The idea of World Food Day was a brainchild of Dr. Pal Romany, the former Hungarian Minister of Agriculture who proposed this at the 20th Session of the FAO Conference. Since then, this day has been habitually observed in more than 150 countries worldwide to raise different issues pertaining to eradication of hunger and poverty.

The main aim of World Food Day is to promote food security and eradication of hunger across nations and societies. Every year, this day has a different theme. World Food Day 2018 will mark the 73rd anniversary of FAO’s founding. This year, the call is to achieve Zero Hunger globally by the year 2030.

According to reports, world hunger is on the rise again. FAO figures reveal that over 815 million people are suffering chronic undernourishment at present. Conflict, War, Extreme weather, Climatic change, economic slowdown and decreasing agricultural production are the biggest hurdle in the fight against hunger and malnutrition.

However, the mission of Zero Hunger can be accomplished if we join hands across nations, continents, sectors and professions, and act towards it. Zero Hunger moves beyond conflict-resolution and economic growth, taking the long-term approach to build peaceful, inclusive societies.

The World Food Day is an opportunity to show our commitment and interest towards Sustainable Development Goals to end hunger and malnutrition. In the recent years, World Food Day is also used to bring focus on different aspects of food security and agriculture including fishing communities, climatic change and loss of biodiversity.