สตาร์บัคส์ออกนโยบายใหม่ “ไม่ซื้อกาแฟภายในร้าน ก็สามารถเป็นลูกค้าของเราได้”

ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังประท้วงอยู่ภายนอกร้านสตาร์บัคส์ในฟิลาเดลเฟียเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา หลังจากที่ชาวผิวสีสองสองคนถูกจับกุมหลังจากที่พนักงานร้านโทรเรียกตำรวจ (เครดิตภาพ Mark Makela/Getty Images)

จากเหตุการณ์พนักงานสตาร์บัคส์โทรเรียกตำรวจเพื่อจับกุมชายผิวสีสองคน เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทางบริษัทจึงออกนโยบายใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำขึ้นอีกในอนาคต

สตาร์บัคส์ออกมาแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ ที่ผ่านมาว่า “ทุกคนคือลูกค้าของเรา เพียงแค่ก้าวเข้ามาในร้าน ถึงจะไม่ซื้ออะไรก็ตาม คุณก็คือลูกค้าของเรา” แถลงการณ์นี้ คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องในกรณีที่ผู้ชายผิวสีสองคน ถูกตำรวจเข้าจับกุม ในสตาร์บัคส์ สาขาฟิลาเดลเฟียหลังจากขอพนักงานเข้าห้องน้ำ แต่พนักงานกลับโทรเรียกตำรวจเพื่อมาจับชายผิวสีคนนั้นไป สุดท้ายเขาก็ถูกนำตัวออกไป

Wall Street Journal รายงานจดหมายแถลงการณ์ของสตาร์บัคส์ว่า “ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาในร้านของเรา พวกเขาคือลูกค้าของเรา โดยไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าภายในร้าน” โดยมีผลบังคับใช้ทันทีทุกสาขาในสหรัฐฯ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า ที่ได้รับผลจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากพนักงานที่โทรเรียกตำรวจมาจับกุมตัวเขา จากนี้เป็นต้นไป สตาร์บัคส์อนุญาตให้เข้ามานั่งภายในร้านได้ รวมถึงการเข้าใช้ห้องน้ำด้วยถึงแม้จะไม่ซื้ออะไรก็ตาม

ฮาวเวิร์ด ชูลทส์ ประธานสตาร์บัคส์ กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาในขณะที่ขึ้นพูดในงานอีเว้นต์ซึ่งจัดโดยขณะผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันแอตแลนติค เคาน์ซิลในกรุงวอชิงตันดีซีว่า “เราไม่ต้องการที่จะกลายเป็นห้องน้ำสาธารณะ แต่เรากำลังตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้วว่าเราได้ให้เวลาและให้ความสำคัญกับลูกค้าร้อยเปอร์เซ็นต์”

ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ สตาร์บัคส์จะปิดให้บริการทั้ง 8,000 สาขาทั่วสหรัฐฯ ในช่วงกลางวันเพื่ออบรมเรื่องความลำเอียงทางเชื้อชาติให้กับพนักงานทุกคน โดยทางบริษัทได้เชิญผู้มีชื่อเสียงหลายท่านมาร่วมงาน รวมถึงเอริค โฮลเดอร์ อดีตอัยการสูงสุดสหรัฐ ร่วมด้วยเชอร์ริลิน ไอฟิล ประธานบริษัท NAACP ผู้คุ้มครองด้านกฎหมาย ทุนการศึกษา และผู้อำนวยการด้านคำปรึกษา นอกจากนี้มีโจนาธาน กรีนแบล็ตต์ ซีอีโอบริษัท Anti-Defamation League อีกด้วย

ในขณะเดียวกันสตาร์บัคส์ได้ทำการปรับปรุงนโยบายเรื่องพนักงานและบรรยากาศภายในร้านให้ดูอบอุ่น เพื่อรองรับและต้อนรับลูกค้าทุก ๆ คนอย่างเป็นกันเอง โดยพัฒนาพื้นที่ภายในร้านให้เหมาะสมกับทุก ๆ คนที่จะเข้ามาใช้บริการภายในร้าน และได้กำชับกับพนักงาน ให้ปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความสุขุมเมื่อต้องเผชิญกับพฤติกรรม เช่น การสูบบุหรี่ในร้าน ขโมยของ หรือทำอนาจาร และแน่นอนว่าชายผู้ถูกจับกุมในร้านที่ฟิลาเดลเฟียนั้นไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนหรือทำอะไรผิด

 

Starbucks says everyone’s a customer after Philadelphia bias incident

A woman protesting outside of a Philadelphia Starbucks in April 2018 after two black men were arrested there after employees called the police. Mark Makela/Getty Images

Starbucks employees called the police on two black men in April for doing nothing. The coffee company’s changing its policies in hopes to avoid a similar incident in the future.

Starbucks will treat anyone who walks into one of its cafes as a customer, whether or not they buy anything, the company said on Saturday. The announcement is the latest step the coffee company is taking as part of its ongoing response to the public outcry over the arrest of two black men at a Starbucks in Philadelphia. The men were waiting for a business associate to arrive and had asked to use the bathroom in April when Starbucks employees called the police, eventually leading to them being arrested and escorted out.

In a letter to employees first reported by the Wall Street Journal on Saturday, the company said “any person who enters our spaces, including patios, cafes, and restrooms, regardless of whether they make a purchase, is considered a customer.” Employees are expected to follow the company’s procedures to respond to customers who are “behaving in a disruptive manner,” including calling 911 if the person is an immediate danger, but sitting without ordering anything or asking to use the bathroom without making a purchase is now okay.

Starbucks chairman Howard Schultz earlier this month telegraphed the change while speaking at an event hosted by think tank the Atlantic Council in Washington, DC. “We don’t want to become a public bathroom,” he said. “But we’re going to make the right decision 100 percent of the time and give people the key.”

On May 29, Starbucks will close all of its 8,000 US coffee shops for the afternoon to provide racial bias training to all of its employees. The company has tapped a number of big names for the event, including former US Attorney General Eric Holder, NAACP Legal Defense and Education Fund president and director-counsel Sherrilyn Ifill, and Anti-Defamation League CEO Jonathan Greenblatt.

The company has also undertaken efforts to streamline guidelines for all of its stores surrounding how to engage with nonpaying patrons. The guidelines for employees at the Philadelphia store where the April incident happened were for employees to ask nonpaying guests to leave — not call the police.

Starbucks’ updated policies include an ask for customers as well that they “behave in a manner that maintains a warm and welcoming environment” by using spaces as intended, being considerate of others, communicating respectfully, and acting responsibly. Employees are instructed to calmly approach customers who engage in behaviors such as smoking in the cafe, shoplifting, or making unwanted sexual advances. The men arrested in Philadelphia, of course, weren’t doing anything disruptive or wrong at all.

https://www.vox.com/identities/2018/5/19/17372164/starbucks-incident-bias-bathroom-policy-philadelphia