สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเผยโฉมคอลเลคชั่นทรงออกแบบ ออทั่ม-วินเทอร์ 2020/21 ภายใต้ชื่อ FRENCH FLAIR แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme

(จากซ้าย) ศุภกิตติ์ ฟักอุดม, กิติภัค เกษรสิริธร, ศรัญญา เจนสุกิจพานิช, ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์, ชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ, พอฤทัย ณรงค์เดช, รศ. ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, ปนุ สมบัติยานุชิต และจิตรลดา ดิษยนันทน์

คำว่า “ซุปเปอร์โมเดล”, “สีนีออน”, “วัฒนธรรมป๊อป ”และ “แคชวล ชิค” ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคทศวรรษที่ 90 ทั้งสิ้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุคที่โลกแฟชั่นถึงจุดรุ่งเรืองสูงสุดอีกยุคหนึ่ง จนถึงขนาดที่หญิงแกร่งในยุคนั้นต่างเชื่อในค่านิยมที่เรียกว่า พาวเวอร์ เดรสซิ่ง (Power Dressing) ด้วยจุดเด่นของสไตล์แห่งยุค 90s เหล่านี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘French Flair’ (เฟรนช์แฟลร์) คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม-วินเทอร์ 2020/21 ภายใต้แบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ที่เอาโครงเสื้อแบบเซมิกูตูร์ซึ่งเป็นไอคอนของแบรนด์มาผสมผสานกับรายละเอียดของสไตล์แห่งยุค 90s โดยเพิ่มเสน่ห์ของปารีเซียงสตรีตสไตล์เพื่อลุคอันโมเดิร์น

(จากซ้าย) ดร.รณัณ-รติรส และหม่อมหลวงพิจิตรา จุลชาต

ภาพของหญิงสาวทรงพลังในเสื้อโค้ตผ้าทวีตที่ตกแต่งด้วยโซ่ทองตลอดลำแขนเสื้อ สวมรองเท้า
บูตหุ้มข้อส้นตึกคู่หรู (Wedge Ankle Boots) เดินอยู่บนถนนในจัตุรัสปลาส ว็องโดม (Place Vendôme) พร้อมกับเพื่อนสาวสุดเฉี่ยวสวมเสื้อเคปแจ็คเก็ตผ้าทวีตทับกางเกงไบเกอร์สีขาว และรองเท้าส้นเข็มสีเหลืองนีออน กำลังมุ่งหน้าไปยังบาร์ของโรงแรมริทซ์ ปารีส (Ritz Paris) คือภาพที่องค์ดีไซเนอร์ทรงถ่ายทอดออกมาในคอลเลคชั่นทรงออกแบบล่าสุดนี้ ซึ่งเป็นคอลเลคชั่นที่ต้องการให้อิสระกับหญิงสาวได้แสดงถึงสไตล์ของตัวเองได้อย่างไร้ขีดจำกัด และสนุกกับการมิกซ์แมตช์และการทำสไตลิ่งสำหรับฤดูหนาว ที่ดูสวยสง่าและโรแมนติก โดยเน้นสไตล์ของเสื้อที่ดูอบอุ่นและโครงเสื้อแบบเฟมินีน/แมสคิวลีน (Feminine/Masculine) อยู่ภายใต้สีเอิร์ธโทน ที่แต่งแต้มด้วยสีสันบาดตาอย่างสีชมพูนีออน สีเขียวนีออน และสีเหลืองนีออน

นวลพรรณ ล่ำซํา

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่ง
แบรนด์ SIRIVANNAVARI รับสั่งว่า “สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ข้าพเจ้าตั้งใจที่จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการมิกซ์แมตช์ วิธีการสไตลิ่ง วิธีการเลเยอร์เสื้อผ้าหลาย ๆ ชิ้นทับกันให้ดูสวยงาม โมเดิร์น และสามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันในช่วงฤดูหนาว โดยข้าพเจ้าได้นำเอารายละเอียดของสไตล์แห่งยุค 90s มาผสมผสานกับเทคนิคการตัดเย็บแบบเซมิกูตูร์ (Semi Couture) แล้วเพิ่มความโมเดิร์น ความขัดแย้งและความสนุกสนานด้วยการทำให้เสื้อผ้าดูเป็นสตรีตสไตล์แบบชาวปารีเซียง ซึ่งก็จะทำให้คอลเลคชั่นดูทันสมัย จับต้องได้ และสวมใส่ได้ง่าย แต่ยังคงความสมาร์ตและโก้อยู่”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา รับสั่งต่ออีกว่า “สำหรับคอลเลคชั่นนี้ ข้าพเจ้าเลือกที่จะใช้โครงสร้างเสื้อและเอกลักษณ์ที่สำคัญของแบรนด์มาผสมผสานกับวัสดุสำหรับฤดูหนาว อาทิ ผ้าทวีต ผ้าอิตาเลียนแคชเมียร์ ผ้าวูล ผ้าไหมซาติน มาผสมผสานกับขนนกฝรั่งเศสและโซ่ทอง แล้วถ่ายทอดออกมาให้เป็นไลฟ์สไตล์ของฤดูหนาวที่ดูโมเดิร์นขึ้น ดังเห็นได้จากเสื้อแจ็กเก็ตไบเกอร์ (Biker Jacket) โครงเสื้อแบบ Asymmetrical ซึ่งคือโครงเสื้อแบบไม่สมมาตร การทำเสื้อแคชเมียร์ นิตแวร์ (Cashmere Knitwear[1]) ไปจนถึงเสื้อเคปแจ็กเก็ต และเสื้อโอเวอร์โค้ต (Overcoat) หรือแม้กระทั่งรองเท้า
บูตหุ้มข้อส้นตึกแบบใหม่ (Wedge Ankle Boots)”

สำหรับคอลเลคชั่นเสื้อผ้าทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม-วินเทอร์ 2020/21 ประกอบด้วยจำนวนเสื้อผ้าทั้งสิ้น 38 ลุค แบ่งเป็นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ SIRIVANNAVARI 31 ลุค และเสื้อผ้าสุภาพบุรุษของ S’Homme 7 ลุค

คอลเลคชั่นเสื้อผ้าสุภาพสตรีของ SIRIVANNAVARI มีความโดดเด่นที่หลากหลาย ตั้งแต่เสื้อ
ไบเกอร์ตัวสั้นที่ตัดเย็บจากผ้าทวีตสีขาวทองตกแต่งด้วยขนนกฝรั่งบริเวณไหล่ใส่กับกระโปรงเข้าชุด เสื้อเคปแจ็กเก็ตผ้าทวีตที่แมตช์กับกระโปรงผ้าทวีตโดดเด่นด้วยการเลเยอร์พลีตผ้าบุหงา เสื้อทวีตแจ็กเก็ตประดับโซ่ที่เข้าคู่กับกางเกงขาสั้นผ้าทวีตสวมทับถุงน่องลายข้าวหลามตัดทอลายโลโก้ตัว S ไปจนถึงชุดราตรีดำขลิบดิ้นทองประดับกระดุมทองที่สวมทับเสื้อผ้าตาข่ายซีทรูสุดเซ็กซี่ และชุดราตรียาวผ้าลูกไม้ฝรั่งเศสที่ปักเลื่อมซ้อนและโดดเด่นด้วยชายกระโปรงแบบเพ็ปลัม (Peplum hem dress[2]) ตัดเย็บจากผ้าเมทาลิค รวมไปถึงคอลเลคชั่นแคชเมียร์นิตแวร์ที่มีชุดทูนิคและเสื้อหนาวสีสดใส และคอลเลคชั่นหมวกอันหลากหลายที่ตัดเย็บจากผ้าทวีตประดับขนนกและเพลกซี่กลาส (Plexiglass) สีนีออน

สิ่งพิเศษอีกหนึ่งอย่างในคอลเลคชั่นนี้ก็คือ งานปักชั้นเยี่ยมจาก SIRIVANNAVARI Atelier and Academy โดยซีซั่นนี้ ได้นำเสนองานปักหลายรูปแบบบนเสื้อผ้าหลากสไตล์ อาทิ การปักขนนกฝรั่งเศสบนโครงเสื้อและหมวก การปักลูกปัดและเลื่อมบนผ้าทวีต ผ้าไหมซาติน ผ้าบุหงา (ผ้า Tulle) และเดรสผ้าลูกไม้

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่โดดเด่นของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ก็คือลายพิมพ์ภาพกราฟิก
ฝีพระหัตถ์ ซึ่งลายพิมพ์ภาพกราฟิกทรงออกแบบประจำซีซั่นนี้ องค์ดีไซเนอร์ได้ทรงออกแบบลายพิมพ์โดยทรงนำภาพศิลปะการเป่าสี (Blow painting) มาเป็นสัญลักษณ์ประจำซีซั่นนี้ โดยลายกราฟิกฝีพระหัตถ์นี้ได้ปรากฏให้เห็นตลอดคอลเลคชั่น อาทิ ชุดทูนิคแคชเมียร์สีเขียวชาร์ทรูส (Chartreuse green) ที่คาดทับด้วยเข็มขัดโลหะทองโลโก้ตัวอักษร SIRI โดยสวมทับด้วยเบลเซอร์ลายกราฟิกประจำซีซั่น และชุดเพ็ปลัมราตรีสั้นที่ชายกระโปรงเลเยอร์ด้วยผ้าออกานซ่าลายพิมพ์ประจำซีซั่น ไปจนถึงคอลเลคชั่นผ้าพันคอ และกระเป๋าผ้าลายกราฟิก

คอลเลคชั่นเครื่องประดับจิวเวลรี่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่สำคัญที่จะมาเติมคาแรคเตอร์ของหญิงสาวให้สวยเต็มร้อยในช่วงวินเทอร์ โดยองค์ดีไซเนอร์ทรงนำภาพเขียนและลายเส้นฝีพระหัตถ์ที่โปรด อาทิ
รูปเกือกม้า รูปดาว ริบบิ้น สัญลักษณ์ตัว S และเหรียญตรา มาผสมผสานกับรูปทรงและเทคนิคต่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์รูปแบบของเครื่องประดับแบบใหม่ ๆ ให้แก่แบรนด์ ดังเห็นได้จากโช็คเกอร์ทองขดสปริงประดับด้วยริบบิ้น ดาว และโลโก้ตัว S หรือจะเป็นกำไลทองขดสปริงประดับด้วยเหรียญประทับลายนกยูง ม้า และใบโคลเว่อร์ รวมไปถึงแหวน ต่างหูและสร้อยข้อมือรูปสัญลักษณ์อย่างหัวซิป กระดุม โบว์ประดับคริสตัลอีกด้วย นอกจากนี้ ในคอลเลคชั่นนี้ ยังมีเครื่องประดับสัญลักษณ์ใหม่ คือดอกไอริส (IRIS[3]) อันเปรียบได้กับดอกไม้สัญลักษณ์ของแบรนด์  ซึ่งนำดอกไอริสมาสร้างสรรค์เป็นทั้งจี้ เข็มกลัด และต่างหูบนตัวเรือนเงินวาวแบบฟิวเจอริสติค

คอลเลคชั่นเครื่องหนังในซีซั่นนี้มีความโดดเด่นเป็นอย่างมากโดยเห็นได้จากกระเป๋าหนังลูกวัวพิเศษจากอิตาลีสีดำขลิบสีชมพู Fuchsia และตกแต่งด้วยพู่หนังยาวที่ฝากระเป๋า หรือจะเป็นกระเป๋าทูเวย์แคร์รี่ (Two Way Carry) ไซส์นาโนสีเหลืองนีออนที่สามารถเป็นได้ทั้ง Belt Bag และ Crossbody Bag ในขณะที่คอลเลคชั่นรองเท้าก็มีความโก้หรูไม่แพ้กันดูน่าสนใจด้วยรองเท้าบูตหุ้มข้อส้นตึกและรองเท้า
บูตสูงที่ใช้เทคนิคการตัดเย็บหนังชั้นสูงจากอิตาลีอันมีความละเอียดอ่อนโดยผสมผสานหนังลูกวัวเข้าไว้ด้วยกันกับส้นรองเท้าอะคริลิค ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีดำและสีคาเมล และเพิ่มความพิเศษด้วยพื้นรองเท้าสีชมพู Fuchsia ซึ่งเป็นสีประจำแบรนด์ อีกทั้งยังมีรองเท้าส้นเข็มที่ตัดเย็บด้วยผ้าซาตินสีสดใสอย่างสีเหลือง และสีชมพูให้เลือกสรรอีกด้วย

นอกจากนี้ ไฮไลต์อีกอย่างอยู่ที่คอลเลคชั่นแว่นตากันแดด ซึ่งเป็นครั้งแรกของแบรนด์ที่สร้างสรรค์แว่นตากันแดด โดยดีไซน์แรกนี้ มีกรอบแว่นที่เป็นทรงแปดเหลี่ยมและผลิตจากอาซิเตตชั้นดี ซึ่งประดับเหรียญประทับโลโก้นกยูงที่ขาแว่น โดยมีให้เลือก 3 เฉดสีด้วยกัน คือ สีกระ สีเขียว และสีน้ำตาล ที่มาพร้อมกับโซ่ทองคล้องแว่นเพื่อความเก๋และความสะดวกในการใช้งานของหญิงสาว

สำหรับคอลเลคชั่นสุภาพบุรุษออทั่ม-วินเทอร์ 2020/21 ของ S’Homme (เอส ออม) นั้น มีความโก้หรูสไตล์แมสคิวลีน ซึ่งนำเอาโครงเสื้อแบบคลาสสิกมาดัดแปลงโดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ทำให้มีสไตล์ที่ดูโมเดิร์นและโก้หรูมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่การปรับโครงสร้างเสื้อให้เข้ารูป ทำให้ไหล่ดูกว้างขึ้นและเอวดูเล็กลง การเลือกใช้ผ้าลายตารางหลายแบบมาผสมกันคล้ายงานแพทช์เวิร์ค ไปจนถึงการตัดเย็บแคชเมียร์นิ้ตแวร์ โดยผสมดีเทลแบบปารีเซียงสตรีตแวร์เข้าไปในรายละเอียดของเสื้อผ้า ดังเห็นได้จากเสื้อสเวตเตอร์แคชเมียร์สีขาวกุ๊นปกด้วยเส้นกราฟิกสีส้มนีออนใส่คู่กับกางเกงลายทาง (Pintstripe) ประดับกุ๊นขอบกางเกงสีเขียวนีออน เสื้อแจ็คเก็ตดับเบิ้ลเบรสท์ (Double breasted jacket) และเสื้อโอเวอร์โค้ตที่โดดเด่นด้วยเทคนิคแพตช์เวิร์คที่นำผ้าลายตารางพริ้นซ์ ออฟ เวลส์ (Prince of Wales) มาผสมผสานกับผ้าวูลลายฮาวส์ทูธ (Houndstooth[4]) ได้อย่างลงตัวที่ใส่คู่กับเสื้อแคชเมียร์คอเต่า ไปจนถึงชุดสูททักซิโด้ที่สวมทับเสื้อเชิ้ตทักซิโด้ ในขณะที่คอลเลคชั่นรองเท้าก็นำเสนอทั้งรองเท้าหนังบูตหุ้มข้อตกแต่งด้วยแถบสีเขียวนีออน และรองเท้าโลเฟอร์ (Loafer) หนังกลับประดับโลหะประทับลายนกยูง ส่วนคอลเลคชั่นกระเป๋านำเสนอกระเป๋าผ้าลายกราฟิกประจำซีซั่น และที่ใส่การ์ดหนังลายเชฟรอนที่สามารถคล้องคอได้ นอกจากนี้แล้ว คอลเลคชั่นล่าสุด ยังนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อย่างครบครัน ตั้งแต่แฟชั่นจิวเวลรี่ อาทิ แหวน สร้อยคอ และเข็มกลัดประดับเสื้อสูท (Pinsuit) ไปจนถึงผ้าพันคอ

สามารถชม ‘French Flair’ คอลเลคชั่นทรงออกแบบประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2020-2021 ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI และ S’Homme ได้ที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยาม
พารากอน

#sirivannavari #sirivannavariAW2020 #sirivannavaribangkok #sirivannavari_shop #sirivannavarihomme

[1] Knitwear คือเสื้อกันหนาวที่ถักจากผ้าวูล ไหมพรม หรือแคชเมียร์

[2] Peplum hem dress คือ ชุดราตรียาวที่ชายกระโปรงประดับระบาย

[3] ดอกไอริส (IRIS) เปรียบได้กับดอกไม้สัญลักษณ์ของแบรนด์ เพราะหากสลับตัวสะกดหน้าหลังภาษาอังกฤษของคำว่าว่า IRIS แล้ว ชื่อที่ได้ก็คือชื่อ SIRI นั่นเอง

[4] Houndstooth คือ ลายฟันสุนัข

 

 

‘FRENCH FLAIR’ SIRIVANNAVARI AND SHOMME AUTUMN-WINTER 2020/21 COLLECTION

(จากซ้าย) ศุภกิตติ์ ฟักอุดม, กิติภัค เกษรสิริธร, ศรัญญา เจนสุกิจพานิช, ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์, ชัยวัฒน์ ตั้งคารวคุณ, พอฤทัย ณรงค์เดช, รศ. ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์, ปนุ สมบัติยานุชิต และจิตรลดา ดิษยนันทน์

The spirit of fashion in the 1990s — an era when Supermodels, Neon Colours Casual Chic emerged and dominated the industry. During this golden decade, power dressing was the norm for professional women, and these significant sartorial flairs are translated into SIRIVANNAVARI & S’Homme Autumn-Winter 2020/2021 named ‘French Flair’. The Maison reinvents its iconic semi-couture structures with a touch of Parisienne street style, for a winter journey that is at once modern and refined. An ode to freedom, the allure of SIRIVANNAVARI illuminates winter with a daring and dazzling freshness.

(จากซ้าย) ดร.รณัณ-รติรส และหม่อมหลวงพิจิตรา จุลชาต

Fun and fearless, two posh dwellers seize the spirit of romantic elegance, as they walk through Place Vendôme to The bars at The Ritz Paris. One wears a tweed coat with chain details and wedge ankle boots, while the other wears a tweed cape jacket, with biker jeans and stilettos in electric yellow. Created by H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya, the collection’s silhouettes are marked with masculine/feminine accents, while playful styling adds a touch of warmth to the wardrobe. A predominantly earth-toned palette is punctuated with dashes of neon colours, ranging from vibrant fuschia, to bright green and yellow hues.

นวลพรรณ ล่ำซํา

In the words of H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya, the Creative Director of SIRIVANNAVARI, “This latest collection represents the styling attitude and layering techniques of daily life during winter, yet still retains an elegant and modern approach. The details of fashion in the 90s were brought to my attention, and incorporated with the Maison’s semi-couture tailoring technique. A touch of Parisienne street style was added to the collection, to create a sense of modernity and contrast.”

“Signature silhouettes such as the Biker Jackets, overcoats, knitwears, and asymmetrical dresses have been reanimated — identifiable, yet different every time — using luxurious and wintery materials such as tweed, Italian cashmere, wool, silk satin, chain, and French feathers. The fascination of this collection distills the current youth, with a flash of elegance that characterises the SIRIVANNAVARI woman,” said H.R.H Princess Sirivannavari Nariratana Rajakanya.

The SIRIVANNAVARI and S’Homme Autumn-Winter 2020/21 collection features a total of 38 looks (31 womenswear and 7 menswear). The show commences with a selection of designs. A tweed biker jacket with feather embroidery at the neckline; a tweed cape jacket, paired with a pencil skirt in tweed and pleated tulle layering; a tweed jacket with chain detail, matched with a pair of tweed shorts worn over a quilt jacquard pointelle tights with the ‘S’ logo motif; a little black dress with gold piping worn over a sensual fishnet top; an evening gown with embroidered lace, accentuated by peplum hem details; tunic cashmere knitwear in fresh, vivid colours; and a tweed millinery, with neon-coloured plexiglass detailing.

The spotlight shines on the marvelous embroidery, courtesy of the SIRIVANNAVARI Atelier and Academy. The exquisite craftsmanship of the Maison’s in-house workshop of couture embroidery is clearly visible, from the feather embellishment on the tweed jacket and millinery, to the embellished and sequined tulle, silk satin, and lace.

As anticipated, graphic prints — a key element of the brand’s DNA — remain a highlight. Here, the Princess has created a signature print especially for the season, featuring a vibrant blow-painting technique. This print is incorporated throughout the collection, from ready-to-wear items such as a shawl collar blazer in the signature print — worn over a chartreuse green tunic cashmere, fastened with the SIRI emblem belt — to a peplum hem midi dress, as well as the scarves and handbags collection.

Highlighted is the Bijoux Collection which, inspired by the Princess’ personal illustrations and sketches, features stars, horse shoes, ribbons, coins, clover leaves, peacocks, horses, and the ‘S’ logo. The fashion jewellery collection embodies effortless grace and true individuality, evoking both the sensual curves of a woman, and the delicate shape of florals. Key pieces include the ‘coiled tubular’ set, adorned with charms, crystals, and coins, which includes a gold choker, a ring, and a double spiral bracelet adorned with coins. IRIS, the newest iconic emblem of the Maison, is first introduced in this season. Spelled backwards from ‘SIRI’, the IRIS collection offers a delicate portrayal of the elegant and fluid form of florals, with a pendant, brooch, and earrings, radiating a futuristic glamour.

To complement and complete an everyday look, the collection also features Italian leather goods. This season’s signature bag takes on an edgy and funky attitude — design codes that are clearly visible from the boxy bag with maxi two-toned fringe details, to the two-way carry bag in nano size — a bag that can be adjusted to function as both a belt bag and a cross-body. The shoes collection offers two iconic styles, from wedge boots (both ankle and top) made with black and camel Italian calf leather of the ultimate quality, and a plexiglass wedge, to silk satin stilettos in neon colours. In particular, the fuchsia-lacquered sole remains a signature of the Maison.

For the first time ever, the Maison debuts an eyewear collection, presenting a striking hexagonal-shaped frame, made using the finest acetate, with a peacock logo featured on the temple. The line of sunglasses is available in three colours — tortoiseshell, green, and brown – complemented with a gold chain.

For S’Homme, the menswear collection celebrates the refinement of a gentleman. Essential patterns are drawn upon and given a modern twist, ranging from patchwork check motifs, to cashmere knitwear, and a fitted jacket that emphasises the waist while at the same time, broadening the shoulders. Details of Parisienne street style are also incorporated here, as key looks include crisp white cashmere with orange neon motifs on the neckline, paired with pinstripe pants accentuated by neon green piping. A double-breasted jacket and an overcoat, featuring the patchwork of the Prince of Wales and Houndstooth plaid, are worn over a cashmere turtleneck, while a double breasted tuxedo suit is complemented with a winked collared crisp white shirt. Men’s leather goods are also featured, including loafers with a metal emblem featuring the Maison’s peacock logo, ankle boots with a dash of neon green detailing, and a chevron-patterned leather card holder. This season’s collection offers a wide array of fashion accessories, ranging from rings, to necklaces, pendants, pin suits, and scarves.

‘French Flair’, the SIRIVANNAVARI & S’Homme Autumn-Winter 2020/21 collections, are available at the SIRIVANNAVARI Boutique on the 1st Floor of Siam Paragon Shopping Complex.

#sirivannavari #sirivannavariAW2020 #sirivannavaribangkok #sirivannavari_shop #sirivannavarihomme