Confucius ตามรอยขงจื๊อ

เนิ่นนานกับกาลเวลาที่ผันผ่าน ทำให้หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้น มีอยู่ และร่วงโรยไป หลายครั้งอาจทิ้งร่องรอยทางความคิดและวัฒนธรรมให้ชนรุ่นหลังได้ศึกษาและนำไปประยุกต์ใช้ หนึ่งในบุคคลผู้มีชื่อเสียงและยังคงทิ้งหลักการให้แก่ผู้คนในเวลาต่อมา รวมทั้งถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของเอเชียก็คือนักปรัชญาอย่าง “ขงจื๊อ”นั่นเอง

“ขงจื๊อ”คือนักปรัชญาคนสำคัญผู้วางรากฐานให้แก่ชนชาติจีน นอกจากนี้แนวคิดและปรัชญามากมายของขงจื๊อยังส่งอิทธิพลมาถึงประเทศใกล้เคียงอย่างประเทศไทยด้วยเช่นกัน หลักการ ความคิด และคติของขงจื๊อเป็นสิ่งที่สามารถจรรโลงใจและกระตุ้นให้ผู้คนเกิดกำลังใจ รวมทั้งเข้าใจธรรมชาติของโลกได้ดียิ่งขึ้น อาทิ

“ขุนเขาต้องพังทลาย ขื่อคานแข็งแรงปานใด สุดท้ายต้องพังลงมา เหมือนเช่น บัณฑิตที่สุดท้ายต้องร่วงโรย”

“การไม่อบรมตนให้มีคุณธรรมหนึ่ง การไม่เสาะแสวงหาความรู้หนึ่ง ประสบความชอบธรรมแล้วไม่อนุวัตรตามความชอบธรรมนั้นหนึ่ง การไม่สละความผิดด้วยการปรับปรุงตนใหม่หนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นความทุกข์ของฉัน”

“บัณฑิตย่อมคิดถึงแต่อุปนิสัยของตน ส่วนคนพาลคิดแต่ตำแหน่งของตน ฝ่ายแรกคิดหาวิธีแก้ไขความผิด แต่ฝ่ายหลังคิดถึงแต่ความโปรดปราน”

“ถ้าท่านเป็นผู้ปกครองที่ดี ทำไมจะต้องใช้วิธีฆ่าฟันกันด้วยเล่า ถ้าท่านทำตัวให้ดี ประชาชนก็จะถือเอาเป็นแบบอย่างเอง ผู้ปกครองเหมือนลม ประชาชนดุจหญ้า ธรรมดาหญ้าย่อมลู่ไปตามลม” เป็นต้น

ทั้งนี้หลักการอันลึกซึ้งของขงจื๊อไม่เพียงแค่ให้แนวความคิดแก่ปัจเจกชนเท่านั้น แต่ยังให้แนวคิดและคติธรรมอันดีแก่สังคม อีกด้วย เพื่อให้คติและแนวคิดดังกล่าวนั้นเสมือนเป็นรากฐานอันแข็งแรงที่จะช่วยค้ำจุ้นสังคมให้ประสบแต่ความสุขสงบสืบไป