Gems Pavilion เปิด The Iconic Boutique แห่งใหม่สุดอลังการ พร้อมจัดนิทรรศการ “The Iconic of Gems by Gems Pavilion” Savoir Faire ครั้งแรกของเมืองไทย

ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัด
แบรนด์จิวเวลรี่อันดับหนึ่งของไทย จัดงานเปิดThe Iconic Boutique (ดิ ไอคอนนิค บูติค) แห่งใหม่ที่
แลนด์มาร์คสุดอลังการติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมจัดนิทรรศการ The Iconic of Gems by Gems Pavilion โชว์กรรมวิธีการทำเครื่องประดับระดับไฟน์ จิวเวลรี่ครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมเผยคอลเลกชั่น
สุดพิเศษ “The Sparkles” สื่อถึงประกายเพชรที่เปล่งออกมาในแต่ละช่วงเวลาแห่งความสุขและจิวเวลรี่
ชิ้นไฮไลท์ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อการฉลองในวาระพิเศษนี้ โดยมีเหล่าเซเลบริตี้มาร่วมงาน อาทิ สุรัชนี ลิ่มอติบูลย์, ณัฐปรี พิชัยรณรงค์สงคราม, อัครรัฐ วรรณรัตน์, พรปวีณ์ นีระสิงห์, พลอยวารินทร์ ทรงปกรณ์ ที่ร้าน Gems Pavilion ชั้น 1 ศูนย์การค้าไอคอนสยาม เมื่อวันก่อน

การเปิดตัว ดิ ไอคอนนิค บูติคครั้งนี้ Gems Pavilion (เจมส์ พาวิลเลี่ยน) ตั้งใจมอบประสบการณ์ใหม่ให้ผู้หลงใหลในจิวเวลรี่เข้าใจถึงแบรนด์ทั้งรูป, รส, กลิ่น, เสียง และสัมผัส ผ่านการออกแบบของร้านที่สร้างขึ้นอย่างหรูหราเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการออกแบบไฟน์ จิวเวลรี่ และถ่ายทอดความเป็นเอกลักษณ์ของเจมส์ พาวิลเลี่ยนได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังถ่ายทอดความเป็นแบรนด์ระดับไฟน์ จิวเวลรี่ที่สมบูรณ์แบบด้วยนิทรรศการสุดพิเศษThe Iconic of Gems by Gems Pavilion (ดิ ไอคอนนิค ออฟ เจมส์ บาย เจมส์ พาวิลเลี่ยน) ในรูปแบบของ Savoir Faire ที่โชว์กรรมวิธีทุกกระบวนการกว่าจะได้ชื่อว่าเป็นไฟน์ จิวเวลรี่ เริ่มต้นด้วย Fine Design การออกแบบและรังสรรค์ผลงานด้วยความประณีต, Fine Material การคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีที่นำมาประกอบเป็นเครื่องประดับ และ Fine Workmanship ช่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคต่างๆในทุกขั้นตอน ภายในงานมีการสาธิตวิธีการคัดเพชร, การแต่งประกอบและขึ้นมือ, การฝังที่แม่นยำ ตลอดจนการร้อยมุก จากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในแต่ละขั้นตอน ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกของวงการจิวเวลรี่ไทยที่นำเสนอกระบวนการผลิตเครื่องประดับด้วย
ความพิถีพิถัน

บรรยากาศในงานอบอวลไปด้วยความอบอุ่นจากเหล่าเซเลบริตี้มากมายที่มาร่วมแสดงความยินดีกับการเปิด ดิ ไอคอนนิค บูติค แห่งใหม่ของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ในครั้งนี้โดย ปิยะ อัจฉริยศรีพงศ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่ม บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัด กล่าวต้อนรับว่า “เจมส์ พาวิลเลี่ยน เป็นไอคอนนิคของไฟน์ จิวเวลรี่เหมือนที่ไอคอนสยามก็เป็นไอคอนนิคของประเทศไทย ซึ่งการเป็นไอคอนนิคของไฟน์ จิวเวลรี่ เราโฟกัสการทำงานอยู่ 3 อย่างคือ อย่างแรกFine Design, อย่างที่สอง Fine Material และอย่างที่สาม Fine Workmanship ทั้ง 3 อย่างนี้ทำให้เรามาอยู่ตรงจุดนี้ได้ ซึ่งนำกระบวนการทั้งหมดมาให้ทุกท่านได้ชม ทั้งมีคอลเลกชั่นพิเศษที่เปิดตัวและนำมาจัดแสดงในที่แห่งนี้ด้วย”

จนิษฐา ธีรวรชัย กรรมการผู้จัดการผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท เจมส์ พาวิลเลี่ยน จำกัดกล่าวเสริมว่า “นอกจากจะเป็นงานแกรนด์โอเพนนิ่งเปิดดิ ไอคอนนิค บูติคของเจมส์ พาวิลเลี่ยนแล้ว เรายังเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ The Sparkles ที่มีความเป็นไฟน์ จิวเวลรี่อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบของเครื่องประดับที่ทางดีไซเนอร์คัดสรรมาใช้ในคอลเลกชั่นนี้ก็นำมาประกอบกันได้ลงตัว สามารถพูดได้ว่าผลงานชิ้นนี้มีความละเอียดต้องใช้ความพิถีพิถัน เพื่อให้ผลงานชิ้นเล็กๆเกิดขึ้นมาได้จริง และสามารถนำไปใส่ได้ในชีวิตประจำวัน อย่างตัวเข็มกลัดหากเราไม่ได้ใช้กลัดกับเสื้อก็สามารถถอดแยกชิ้นออกมาเป็นต่างหูได้ โดยมาแวะเยี่ยมชมที่ดิ ไอคอนนิค บูติค ของเราได้นะคะ”

พร้อมเพลิดเพลินกับความสวยงามจากมินิแฟชั่นโชว์ตั้งแต่คอลเลกชั่น The Emblem ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้ว จิวเวลรี่ชิ้นไฮไลท์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นมาในรูปของเข็มกลัดที่มีสายห้อยระย้าซึ่งสามารถนำมาปรับเป็นสร้อยคอได้ และคอลเลกชั่นพิเศษ The Sparkles ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์รุ่นใหม่เต็มเปี่ยมไปด้วยแพชชั่นอย่าง กิตตินุช อมาตยกุล เล่าถึงแรงบันดาลใจ“ คอลเลกชั่น The Sparkles ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประกายแห่งความสุข อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรามีการเฉลิมฉลอง เวลาที่เรามีความมั่นใจหรือรู้สึกเป็นตัวของตัวเองที่สุด รวมถึงประกายไฟต่างๆและกระดาษสีโปรยปรายในงานเลี้ยง ด้วยการที่เราเป็นดีไซเนอร์หน้าใหม่เราจึงสำรวจตลาดก่อนว่าตลาดต้องการอะไร โดยทำเซอร์เวย์กับทางลูกค้าของเจมส์ พาวิลเลี่ยนก่อน แล้วกลับมาวาดรูปดีไซน์ ปรับแก้จนได้แบบที่ต้องการก็เข้าสู่ขั้นตอนของการผลิตซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากเพราะต้องอธิบายอารมณ์และภาพที่อยากให้เป็นของคอลเลกชั่นกับช่าง ถ้าขึ้นเป็นชิ้นงานแล้วจะต้องออกมาเป็นอย่างไร เพราะหากองศาของเพชรเอียงต่างกันนิดเดียวความรู้สึกของชิ้นงานก็สามารถเปลี่ยนไปทันทีค่ะ ในคอลเลกชั่นนี้เน้นใช้เพชรทรง Cushion(คุชชั่น) และทรง Taper(แทปเปอร์) ซึ่งเป็นทรงที่น่าสนใจและนำมาประกอบเข้ากันได้อย่างลงตัว”

ทางด้านผู้บริหารหนุ่มที่รังสรรค์นิทรรศการอย่างตั้งใจ วรวุฒิ อัจฉริยศรีพงศ์ กล่าวว่า
“ความน่าสนใจในนิทรรศการนี้คือเป็นครั้งแรกที่เราได้นำเอาส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตของเจมส์
พาวิลเลี่ยน มาจัดแสดงให้ชมกันมีทั้งหมด 4 โซน ได้แก่ การคัดเพชรโดยเราจะทำการคัดเพชรทุกเม็ดด้วยสายตาคนเพื่อให้ได้ตามมาตรฐานของเจมส์ พาวิลเลี่ยน ปกติ100เปอร์เซ็นต์จากเพชรที่ได้รับมา 20 เปอร์เซ็นต์คือเพชรที่เราผ่านการตรวจสอบและนำมาใช้ได้จริงๆ ส่วน 80 เปอร์เซ็นต์จะส่งกลับคืน ส่วนที่ 2 การฝังเพชร คือ เพื่อความแม่นยำและความประณีตเราจะใช้ไมโครสโคปในการฝังเพชร ต่อมาคือช่างตัวเรือนทอง จะเป็นขั้นตอนหลังจากออกแบบที่ขึ้นเรือนโดยใช้เซรามิกเพื่อมั่นใจว่าแบบจากดีไซเนอร์กับช่างเข้าใจตรงกันทุกเหลี่ยมทุกมุมของเครื่องประดับ สุดท้ายคือการประกอบหลังฝังซึ่งวันนี้เราจัดแสดงเป็นการร้อยมุกให้ชม โดยการร้อยมุกแต่ละอันจะมีการมัดปมและทำการบันทึกไว้ ซึ่งจิวเวลรี่ทุกชิ้นจากเจมส์
พาวิลเลี่ยน เรามั่นใจว่าแบบของเราได้คุณภาพตามคุณภาพระดับโลก, แมททีเรียลของเราก็ได้มาตรฐาน และช่างฝีมือของเรามีคุณภาพและความเชี่ยวชาญ ซึ่งเคล็ดลับของเจมส์ พาวิลเลี่ยนคือขั้นตอนการนำส่วนประกอบเล็กๆมาประกอบเข้าด้วยกันจะได้ความประณีต ความอ่อนโยน และความแม่นยำ”

ร่วมเฉลิมฉลองช่วงเวลาพิเศษในชีวิตของคุณ

ที่ The Iconic Boutique ของ Gems Pavilion