Spit don’t rinse มารู้จักกับ “การแปรงฟันแห้ง”

หลายคนอาจไม่รู้จักว่าการแปรงฟันแห้งคืออะไร หรืออาจมีข้อสงสัยว่าการแปรงฟันแห้งนั้นดีกว่าหรือพิเศษกว่าการแปรง ฟันแบบปกติอย่างไร ในวันนี้ The Thailanders จะขอตอบคำถามดังกล่าว และอธิบายเกี่ยวกับการแปรงฟันแห้ง ภาษาอังกฤษที่เรียกว่า “Spit don’t rinse” เป็นข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่ในคำแนะนำเรื่องการแปรงฟันโดยองค์กรสุขภาพแห่งชาติ หรือมลรัฐของหลายประเทศทั่วโลกในขณะนี้ เช่น สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ สก็อตแลนด์ ออสเตรเลีย แปลเป็นภาษาไทยอย่างเป็นทางการว่า “ถ่ม” ภาษาเข้าใจง่ายเรียก “ถุย” และ “ไม่ต้องบ้วนน้ำ”(หรือน้ำยาบ้วนปากตาม) และนี่คือการแปรงฟันเพื่อป้องกันฟันผุ ซึ่งอาจเรียกสั้น ๆ ว่า “การแปรงแห้ง”

“การแปรงฟันแห้ง” คือวิธีการแปรงฟันแบบไม่ใช้น้ำทั้งก่อนแปรงฟันและหลังแปรงฟัน เพื่อช่วยให้สารที่อยู่ในยาสีฟันอย่างสารฟลูออร์ไรด์คงอยู่ได้อย่างยาวนานมากที่สุดบนผิวฟัน  ซึ่งสารดังกล่าวมีส่วนช่วยเคลือบผิวฟันของผู้แปรง เพื่อช่วยในการป้องกันฟันผุ ซึ่งวิธีการแปรงฟันแบบแห้งดีกว่าการแปรงฟันแบบปกติ เนื่องจากการแปรงฟันแบบปกติจะต้องใช้น้ำทั้งก่อนและหลังแปรงขณะบ้วนปาก ทำให้สารฟลูออร์ไรด์หลุดหายไปบางส่วนกับน้ำ ซึ่งวิธีการแปรงฟันแห้งที่ถูกวิธีมีดังนี้

ขั้นตอนแรก ใส่ยาสีฟันที่มีสารฟลูออร์ไรด์ลงบนแปรงสีฟันเล็กน้อย โดยไม่ต้องนำแปรงสีฟันผ่านน้ำหรือจุ่มน้ำก่อนแปรงฟัน ขั้นตอนที่สอง คือ แปรงฟันทันทีโดยไม่ต้องบ้วนปากก่อน แปรงฟันให้ทั่วช่องปากและฟันประมาณ 2-3 นาที ขั้นตอนสุดท้ายคือ บ้วนยาสีฟันออกโดยไม่ต้องบ้วนปากด้วยน้ำอีกครั้ง แต่หากรู้สึกไม่คุ้นเคยที่ยังคงมียาสีฟันอยู่ภายในช่องปากและไม่ได้บ้วนน้ำ สามารถใช้น้ำในปริมาณที่น้อยที่สุดเพื่อบ้วนยาสีฟันออกจากช่องปากได้ แต่ไม่ควรใช้น้ำมากเกินไป หรือบ้วนหลายครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้สารฟลูออร์ไรด์หลุดออกจากช่องปากไปทั้งหมด

อย่างไรก็ตามวิธีการแปรงแห้งเป็นคำแนะนำโดยรวมสำหรับประชาชนทั่วไป ทั้งนี้เพราะโรคฟันผุเป็นโรคที่แพร่ระบาดทั่วประชากรไทย (และประชากรโลก) ผลการสำรวจสุขภาพช่องปากแห่งชาติครั้งล่าสุด (พ.ศ. 2555) พบว่า 87% ของประชากรไทยวัยผู้ใหญ่มีฟันผุและโดยเฉลี่ยแต่ละคนมีฟันผุคนละ 6 ซี่ ตัวเลขฟันผุเพิ่มสูงขึ้นตามอายุที่มากขึ้น กล่าวคือ 52% ในเด็ก 12 ปี มีฟันผุ (เฉลี่ยคนละ 1.3 ซี่) ,62% ในเด็ก 15 ปี (คนละ 2 ซี่), 97% ในวัย 60 ปี (คนละ15 ซี่) และ 100% ในวัย 80 ปี (คนละ 24.4 ซี่) ถ้าคำนวณง่ายๆ โดยเอาวัยผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางเป็นตัวแทนทั้งหมด ฟันผุคนละ 6 ซี่ คูณประชากร 70 ล้านคน เท่ากับฟันผุ 420 ล้านซี่ทั้งประเทศ รักษาเท่าไหร่ก็กลับมามีอาการอีกครั้ง  สาเหตุที่สำคัญที่สุดของฟันผุและฟันผุซ้ำซาก คือ การบริโภคน้ำตาล องค์การอนามัยโลกแนะนำล่าสุด (ค.ศ. 2015) ควรบริโภคน้ำตาลไม่เกินวันละ 25 กรัม หรือ 6 ช้อนชา แต่คนไทยบริโภคน้ำตาลวันละ 104 กรัม หรือ 26 ช้อนชา สูงมากกว่า 4 เท่าของปริมาณที่แนะนำอย่างนี้แล้ว จึงไม่สงสัยเลยที่คนไทยมีฟันผุกันถ้วนหน้าและถือว่าคนไทยโดยทั่วไปมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฟันผุจึงมีคำแนะนำวิธีที่น่าสนใจอย่าง “การแปรงฟันแห้ง” เกิดขั้นนั่นเอง

Source: รศ.ทญ.ดร. สุดาดวง กฤษฎาพงษ์, คณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย