Thailand To Extend State of Emergency To July 31st : ครม. เคาะ! ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่ออีก 1 เดือนถึงวันที่ 31 กรกฏาคมนี้ พร้อมข้อกำหนดมาตรการผ่อนคลายเฟส 5

คณะรัฐมนตรี ครม. มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 กรกฎาคม 2563 ตามที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เสนอ เรื่องเดิม เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 2) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 และสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เพื่อขยายระยะเวลาการบังคับใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด -19 ที่เกิดขึ้นในประเทศ การดำเนินการที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2563 สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติในฐานะสำนักงานประสานงานกลาง ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด – 19 (ศบค.) ได้เชิญหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการตามพระราชกำหนดฯ ในด้านต่าง ๆ ผู้แทนส่วนราชการและประชาคมข่าวกรองเข้าร่วมการประชุม โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่อประเมินผลการปฏิบัติของส่วนราชการต่าง ๆ ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน และพิจารณากำหนดแนวทางปฏิบัติเพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19  ทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญเรื่องการเดินทางเข้า-ออก และความสำคัญของการควบคุมการแพร่ระบาด นอกจากนี้ยังกล่าวถึงมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟส 5 ที่จะดำเนินควบคู่ เพื่อจะไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตในแบบปกติของประชาชนเกินกว่าเหตุและไม่ถือเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ.

  1. ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ในภาพรวมทั่วโลกยังคงมีอยู่อย่างรุนแรงในหลายภูมิภาค และมีคนไทยจากต่างประเทศเดินทางกลับเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมาตรการผ่อนคลายภายในประเทศในระยะที่ 5 ที่จะมีการดำเนินการต่อไป ถือเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อ การแพร่ระบาดของโรค จึงมีความจำเป็นต้องมีอำนาจตามกฎหมายในการออกมาตรการกำกับดูแลโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อดำเนินการเชิงรุกในการป้องกันและควบคุมมิให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อโรคภายในประเทศในระลอกที่สอง
  2. ที่ประชุมได้ให้ข้อเท็จจริงถึงข้อจำกัดในการบังคับใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เนื่องจากเป็นกฎหมายในลักษณะการแก้ไขและเยียวยาสถานการณ์ภายหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรคในลักษณะตั้งรับ และมีข้อจำกัดของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานหลายประการ อาทิ 1) การขาดอำนาจในการสั่งให้บุคคลเข้าสู่สถานกักตัวของรัฐ 2) ข้อจำกัดเรื่องจำนวนของเจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานที่ไม่เพียงพอตามภารกิจ และ 3) อำนาจการควบคุมโรคที่สามารถบังคับใช้ได้เฉพาะพื้นที่ ที่เกิดเหตุ แต่ไม่ครอบคลุมในพื้นที่ข้างเคียงและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ทั้งนี้ เนื่องจากเจตนารมณ์ ของกฎหมายบัญญัติขึ้นเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคในระดับการระบาดทั่วไป (Epidemic) ในขณะที่การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19 ถือเป็นการแพร่ระบาดของโรคในระดับการระบาดใหญ่ (Pandemic) ซึ่งการดำเนินการของประเทศไทยในปัจจุบันมีความจำเป็นยิ่งที่จะต้องมีมาตรการเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพเพื่อป้องกันมิให้โรคติดเชื้อโควิด – 19 กลับมาแพร่ระบาดได้อีกครั้ง
  3. ที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่ายังมีความจำเป็นต้องบังคับใช้อำนาจ ตามพระราชกำหนดฯ ต่อไปเพื่อกำหนดมาตรการเชิงป้องกันในการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ อาทิ 1) การควบคุมการเดินทางเข้า – ออกราชอาณาจักรในทุกช่องทาง 2) การจัดทำระบบติดตามตัว การกักตัว และการเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย และ 3) การกำหนดมาตรการควบคุมโรคที่สามารถบังคับใช้ได้อย่างครอบคลุมในทุกกิจกรรม/กิจการที่เกี่ยวข้องและจะต้องมีระบบการบริหารจัดการวิกฤติการณ์ในลักษณะการรวมศูนย์ที่ปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการบูรณาการกำลังพลเรือน ตำรวจ และทหารเข้าร่วมปฏิบัติงานได้อย่างเพียงพอตามภารกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันได้มีการเปิดให้บริการสถานบันเทิง สถานที่แข่งกีฬา แหล่งท่องเที่ยว และสถานที่อื่นๆ อีกทั้งยังจะมีวันหยุดราชการต่อเนื่องในหลายวัน ที่อาจส่งผลให้มีการเดินทางและมีการประกอบกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มของประชาชนอย่างหนาแน่นได้ จึงเป็นความเสี่ยงที่รัฐจะต้องมีการตรวจตราและเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันมิให้เกิดการระบาดระลอกใหม่ดังเช่นที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศอีกด้วย
  4. ที่ประชุมยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมในประเด็นด้านเศรษฐกิจว่าการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ควบคู่ไปกับการผ่อนคลายมาตรการบังคับใช้กฎหมาย จะไม่ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตในแบบปกติของประชาชนเกินกว่าเหตุและไม่ถือเป็นอุปสรรคในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่จะเป็นการป้องกันไม่ให้ประเทศต้องเผชิญข้อจำกัดและความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ที่ส่งผลให้รัฐบาลไม่มีทรัพยากรที่เพียงพอในการบริหารจัดการเพื่อการแก้ไขปัญหาอีกต่อไป
  5. สมช. ได้นำผลการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดังกล่าวเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2563 ซึ่งที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบผลการประชุม และมีมติให้นำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อไป

ที่มา: ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) วันที่ 30 มิถุนายน 2563

 

Thailand To Extend State of Emergency To July 31st

The cabinet on Tuesday formally approved the extension of the emergency decree nationwide for another month, until July 31, as proposed by the Centre for Covid-19 Situation Administration, government spokeswoman Narumon Pinyosinwat said. Ms Narumon said the CCSA proposed the extension because the coronavirus pandemic was still at serious levels in many parts of the world. With the fifth phase of the relaxing of restrictions beginning on Wednesday, powers under the executive decree for administration in emergency situations were still needed to control travel in and out of the country and support the tracking and quarantine of people suspected of being infected with the virus, she said. It was also needed to regulate business and other activities in order to reduce the risk of a second wave of the pandemic. Ms Narumon said the decree would be enforced along with the loosening of restrictions, without affecting  people’s way of life, amid efforts to keep the country’s economy moving.

Source: Bangkok Post