Van Cleef & Arpels – Spring Frivole Event

ในแต่ละปี เมื่อถึงคราธรรมชาติพลิกฟื้นตื่นจากนิทรายาวนานตลอดเหมันต์ Van Cleef & Arpels ย่อมมีผลงานสุดวิจิตรบรรจงดุจรจนาบทกวีพรรณนาความงดงามแห่งการผลิบานของมวลพฤกษา สำหรับปีค.ศ. 2024 คอลเลกชัน Frivole มอบเครื่องประดับจรัสแสงห้าสไตล์ใหม่ ประกอบไปด้วยกำไลข้อมือทองคำขาวประดับดอกไม้ 7 วงกลีบ, แหวนหว่างนิ้วตัวเรือนทองคำสีกุหลาบ และแหวนประดับดอกไม้สลับเฉด 8 วงกลีบ รวมถึงต่างหู และจี้สร้อยคอเข้าชุด ร่วมกันทอประกายระยิบระยับสะกดสายตาตาจากลูกเล่นต่างโทนระหว่างทองคำสีกุหลาบกับทองคำขาวโดยอาศัยไหวพริบพลิกแพลงทักษะความชำนาญแขนงต่างๆ ในทุกขั้นตอนของกระบวนการสร้างสรรค์นับจากคัดเลือก และเทียบคุณภาพเนื้อสีของน้ำเพชร ไปจนถึงเทคนิคขัดผิวโลหะทองขึ้นเงาราวกระจก เพื่อให้บรรดาผลงานอันร้อยเรียงขึ้นจากโมทิฟวงกลีบดอกจิกรูปหัวใจระยับประกายพรายพราวราวตะวันทอแสงประดับผิว

ผลงานสร้างสรรค์แห่งความงามสง่า

กำไลปลายเปิดรองรับช่อพฤกษาประดับข้อมือ

สำหรับปีนี้ ความงามสง่าจากเหลี่ยมมุมกราฟิกกับเส้นโค้งอ่อนช้อยในงานออกแบบวงกลีบดอกจิกรูปหัวใจ ได้รับการรังสรรค์สู่วงกำไลปลายเปิดทองคำขาวจรัสประกายตระการตาด้วยงานฝังเพชรจิกไข่ปลาถึงสามร้อยเม็ดบนวงกลีบทั้ง 7 ดอก ในขณะที่ความพิถีพิถันระมัดระวังตลอดกระบวนการคัดเลือกคุณภาพเพชรให้ตรงตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างเคร่งครัด อำนวยให้รัตนชาติเลอค่าแต่ละเม็ดกลายเป็นศูนย์รวมวิถีแสงก่อลีลาสะท้อนสลับตกกระทบอย่างสอดประสาน นำมาซึ่งประกายระยิบระยับประดับผิวอย่างน่าตื่นตา การจัดสัดส่วนอสมมาตรระหว่างโมทิฟรูปหัวใจแต่ละวงกลีบให้ทำมุมยกตัวลดหลั่นไล่ระดับ มอบผลลัพธ์จำลองความงามตามธรรมชาติได้อย่างสมจริง

กำไลปลายเปิด Frivole ประดับดอกไม้ 7 วงกลีบ ตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชร

 

ช่อพฤกษาจรัสแสง

เป็นครั้งแรกสำหรับคอลเลกชันเครื่องประดับ Frivole ที่มีการใช้ทองคำต่างโทนสีร่วมกันในชิ้นเดียวบนหัวแหวนช่อดอกไม้ 8 วงกลีบ

ด้วยลีลาสลับเฉดผสานลูกเล่นต่างเทคนิคระหว่างสามวงกลีบทองคำสีกุหลาบขัดผิวขึ้นเงาราวกระจกล้อมเกสรเพชรเม็ดเดี่ยว กับโมทิฟทองคำขาวฝังเพชรจิกไข่ปลาห้าวงกลีบ ความเป็นเลิศทางงานฝีมือ และความละเอียดลออในการจัดตำแหน่ง ไล่ระดับความสูงให้ลดหลั่น ร่วมกันก่อกำเนิดช่อพฤกษาสามมิติ อำนวยต่อการสะท้อนแสงตกกระทบ ก่อประกายระยิบระยับราวต้องรัศมีดวงรวีสุกสกาว

แหวน Frivole ประดับช่อพฤกษา 8 วงกลีบ ทำจากทองคำสีกุหลาบร่วมกับงานทองคำขาวฝังเพชร

ต่างหู Frivole ขนาดเล็ก ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบเกสรเพชรเม็ดเดี่ยว – จี้สร้อยคอ Frivole ขนาดเล็ก ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบเกสรเพชรเม็ดเดี่ยว – แหวนหว่างนิ้ว Frivole ตัวเรือนทองคำสีกุหลาบประดับเพชร

 

มอบความหลากหลายในการจัดชุดเครื่องประดับ

สำหรับฤดูใบไม้ผลิในปีนี้ คอลเลกชัน Frivole ต้อนรับสมาชิกใหม่จากงานออกแบบตัวเรือนทองคำสีกุหลาบประดับเพชร

ในขณะที่จี้สร้อยคอโลหะเลอค่างามสง่าด้วยงานออกแบบดอกจิกสามกลีบรูปหัวใจ อำนวยต่อการสะท้อนแสงตกกระทบทอประกายอ่อนละมุนในโทนสีอบอุ่นสุกสกาว มอบตัวเลือกขนาดใหม่มาพร้อมต่างหูเข้าชุดเพื่อร่วมกันถักทอรัศมีเรืองรองประดับผิว แหวนหว่างนิ้วรองรับวงกลีบทองคำสีกุหลาบขัดผิวขึ้นเงาราวกระจกบนปลายเปิดแต่ละด้าน อาศัยลูกเล่นอสมมาตรทั้งในส่วนของการจัดตำแหน่งทำมุมระหว่างกลีบดอก และจำนวนเพชรต่างเกสร นั่นก็คือเกสรเพชรเดี่ยวสำหรับวงกลีบดอกเล็ก และเพชรสามเม็ดสำหรับวงกลีบขนาดใหญ่

เพื่อเป็นศูนย์กลางกระจายแสงสู่เนื้อโลหะขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก เพชรแต่ละเม็ดผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันสำหรับใช้เป็นเกสรกลางวงกลีบโมทิฟรูปหัวใจในตำแหน่งทำมุมรับวิถีตกกระทบ เร่งระดับความสว่างก่อประกายพรายพราวราวดอกไม้แรกแย้ม อำนวยต่อการสวมใส่ร่วมกับเครื่องประดับต่างรุ่น หรือต่างคอลเลกชันได้ตามอารมณ์ปรารถนา

 

ไหวพริบพลิกแพลง ศิลปะกำเนิดแสง

เพื่อสืบสานธรรมเนียมนิยมต่อความเป็นเลิศของเมซง ทักษะความชำนาญแขนงต่างๆ ถูกระดมมาใช้หล่อหลอมความวิจิตรบรรจงลงสู่เครื่องประดับ Frivole

ขณะที่งานออกแบบตัวเรือน อาศัยความแม่นยำในการจัดตำแหน่งเหลี่ยมมุมและหน้าตัดชิ้นส่วนโลหะ ให้รองรับการตกกระทบของแสง พร้อมหักเหวิถีการสะท้อนเพื่อเร่งระดับความสว่างอย่างเต็มที่ กลไกสำคัญอย่างที่สุดในฐานะบทสรุปศิลปะทางการกำเนิดแสงคือเทคนิคขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก อันถือเป็นสัญลักษณ์ประจำ Van Cleef & Arpels มาตั้งแต่ทศวรรษ 1920 ด้วยความประณีต พิถีพิถันเหนือชั้นในงานฝีมือของช่างศิลป์เพื่อให้เครื่องประดับ Frivole แต่ละชิ้นอำนวยต่อการลำเลียงแสง ถักทอประกายจรัสรัศมีเจิดจ้าขับความผุดผาดให้ผิวพรรณอย่างงดงาม

และเพื่อสะท้อนถึงมาตรฐานระดับสูงกับรสนิยมของเมซง อันมีต่อมวลรัตนชาติเลอค่า นอกจากเพชรแต่ละเม็ดต้องได้คุณภาพตามมาตรฐานสากล นั่นก็คือ D ถึง F ในประเด็นของสี และ IF ถึง VVS ในแง่ของความสะอาดหมดจด เต็มไปด้วยความกระจ่างใสไร้ตำหนิของน้ำเพชร นอกจากนั้น ยังต้องอาศัยกระบวนการคู่ขนานทางการคัดเลือกอย่างเคร่งครัดทั้งในเชิงศาสตร์ และเชิงศิลป์ ซึ่งถือเป็นความชำนาญเหนือชั้นเฉพาะ Van Cleef & Arpels จากการสั่งสมบ่มเพาะมานานกว่าหนึ่งร้อยปี

รายละเอียดส่วนต่างๆ บนตัวเรือนกำไลปลายเปิดประดับดอกไม้ 7 วงกลีบ และหัวแหวนช่อพฤกษา 8 วงกลีบคือประจักษ์พยานถึงความมุ่งมั่น ทุ่มเทจากช่างศิลป์อัญมณีในการเตรียมโครงสร้างเปิดโปร่งของโลหะล้ำค่าให้พร้อมรองรับงานฝังเพชรลงตำแหน่งอันเอื้อต่อการส่องผ่านของลำแสง หักเหวิถีตกกระทบ และสะท้อนตัวไปมาระหว่างหน้าตัดในน้ำเพชรเพื่อจรัสประกายสว่างเรืองรองออกมาอย่างเต็มที่

ธรรมชาติชวนฝันของ Van Cleef & Arpels

เข็มกลัดเดซีกลีบกลมหรือ Marguerite brooch คือพฤกษาดอกแรกที่ผลิบานในสวนรัตนชาติแห่งเมซง เมื่อปีค.ศ. 1907 นับจากนั้น แนวทางงานออกแบบจำลองความวิจิตรบรรจงของศิลปะจัดช่อดอกไม้ หรือบูเกต์ได้ตามมาในระหว่างทศวรรษ 1920 ผ่านงานฝีมือเรียงร้อยรัตนชาตินานาชนิด ทั้งเพชร และรงคศิลาหลากเฉดบนวงกลีบตระการตาบนก้านดอกซึ่งถูกรัดรวบด้วยริบบินเลอค่า บางรุ่นในช่วงทศวรรษ 1930 ยังตกแต่งใบไม้หลากรูปทรงทำจากทองคำขัดผิวขึ้นเงาราวกระจกก่อลีลาล้อแสงสุกสกาวเช่นเดียวกับชุดเครื่องประดับ และผลงานเครื่องใช้ส่วนตัวอย่างกระเป๋าทรงกล่องมิโนดิเอร (Minaudière) รองรับรายละเอียด

อัญมณีนานาถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติชนบท ยกย่องความสดใสในอาณาจักรพรรณพฤกษาผ่านลวดลายสวนรุกขชาติชวนรื่นรมย์

ด้วยความประทับใจ และชื่นชมต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามลำดับวงจรชีวิตที่หมุน

เวียนไม่จบสิ้นในธรรมชาติ Van Cleef & Arpels ได้รังสรรค์เฉดสี และรูปทรงหลากหลายผ่านงานออกแบบดอกเดซี ทั้งเดซีกลีบแหลม และกลีบกลม รวมถึงดอกพริมโรส

ต่างหูดอกเดซีกับเข็มกลัดเข้าชุดเมื่อปีค.ศ. 1953 ตัวเรือนทองคำสีเหลืองประดับเพชร Van Cleef & Arpels Collection

บ่อยครั้งที่งานออกแบบเครื่องประดับดอกไม้ของเมซงจะโดดเด่น สะดุดตาด้วยลูกเล่นกราฟิก เส้นตรงกับเหลี่ยมมุมก่อลีลาขัดแย้งกับความโค้งมน ตลอดเวลากว่าหลายทศวรรษ เข็มกลัด, ต่างหู, แหวน, กำไล และสร้อยข้อมือ ตลอดจนจี้สร้อยคอ ล้วนทำหน้าที่เป็นเวทีประกาศนวัตกรรมเชิงเทคนิคของ Van Cleef & Arpels นอกเหนือไปจากแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการแห่งสไตล์ ความหลากหลายทางรูปแบบเครื่องประดับ อำนวยต่อการรังสรรค์กลีบดอกไม้รูปหัวใจมาประดับลงมากลักบุหรี่ และตลับยาในทศวรรษ 1940 เช่นเดียวกับเข็มกลัดดอกจิก (Trèfle clip) ระหว่างปีค.ศ. 1954 ด้วยวงกลีบทองคำขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก หรือรองรับงานฝังเพชรจิกไข่ปลา เครื่องประดับดอกจิกสามกลีบรูปหัวใจนาม Frivole ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมการสรรค์สร้างผลงานยกย่องความงามจากธรรมชาติโดยอาศัยความลงตัวทางการจัดสัดส่วน อำนวยต่อการสะท้อนแสงก่อประกายระยิบระยับจรัสจ้ามาตั้งแต่ค.ศ. 2003

ภาพวาดตลับทรงดอกไม้ประมาณปีค.ศ. 1960 จากแผนกจัดเก็บตัวอย่างผลงานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์ของ Van Cleef & Arpels

 

การร่วมงานศิลปะเพื่อยกย่อง บรรยากาศความสดชื่นของฤดูกาล

อเล็กซงดร์ เบ็นฌาแม็ง นาเว็ต ศิลปินสัญชาติฝรั่งเศส เป็นเพื่อนร่วมงานประจำเมซงมาตั้งแต่ปีค.ศ. 2020 จินตนาการที่เขามีต่ออาณาจักรแห่งสีสัน ได้รับการรังสรรค์มาสู่ภาพมิติเพื่อเป็นเวทีแสดงความละเมียดละไมในงานออกแบบเครื่องประดับ Frivole

ภาพวาดลายเส้นลงสีแมกไม้เขียวขจีของจิตรกร ถ่ายทอดบรรยากาศรุ่งอรุณต้นฤดูใบไม้ผลิ มวลพฤกษาก้านบอบบางยืนต้นเคียงข้างรายละเอียดสามมิติอย่างซี่ลูกกรงไม้ระแนง และแจกันกลายเป็นส่วนหนึ่งในงานตกแต่งหน้าต่างแสดงสินค้าด้านนอก และภายในตัวบูติก พลังทางความคิดสร้างสรรค์, จิตวิญญาณ และความรู้สึก ซึ่งถูกส่งผ่านเส้นสีจากปลายดินสอของศิลปิน เติมความสดใส มีชีวิตชีวาให้แก่สีสันสดสว่างของบรรดาเครื่องประดับ นำมาซึ่งความเบิกบาน รื่นรมย์ต่อสายตา

 

 

Van Cleef & Arpels – Spring Frivole Event

Every year, as nature blooms anew, Van Cleef & Arpels pays it a poetic tribute. In 2024, five radiant pieces will be joining the Frivole jewelry collection, including a white gold 7 flowers bracelet, a Between the Finger ring in rose gold, and an 8 flowers ring that presents a dialogue between rose and white gold. The Maison’s savoir-faire – from selecting and matching the diamonds to the mirror polishing – showcases these sparkling corollas, which illuminate the skin with their sunny glow.

Graceful creations

A garland of flowers on the wrist

This year, the Frivole collection’s delicate, graphic flowers bloom on the white gold 7 flowers bracelet with grace, glittering with close to three hundred diamonds. Selected according to the most stringent criteria, the gemstones shine in unison, gleaming intensely against the skin.The asymmetric design and the tilt of the curved heart-shaped petals echo the vitality of nature.

Glittering bouquets

For the first time in the Frivole collection, an 8 flowers ring poetically pairs rose and white gold with diamonds. Five white gold flowers, each meticulously positioned at different heights and paved with diamonds, dialogue with three rose gold ones accented by a central stone. The virtuosity of the Maison’s artisans is incarnated by the way in which the eight flowers are assembled on the ring, adorning the finger with a three- dimensional bouquet. Mirror-polished rose gold intensifies the interplay of light and reflections, as if the ring were sparkling in the sunlight.

A radiant jewelry set

This year, the Frivole collection reveals a new aesthetic of rose gold interspersed with diamonds. The corollas unfurl the soft shades of this precious metal on a pendant featuring a new size and earrings that cast a warm glow on the silhouette. One of the new creations, a Between the Finger ring, presents a subtle tête-à-tête between two mirror-polished rose gold flowers.The asymmetry of the motifs continues in the diamond settings, with one stone set in the heart of the smallest flower and three on the largest.

The carefully selected diamonds set at the center of the motifs blend harmoniously with the myriad reflections of the mirror-polished gold. Like freshly blooming flowers, these new creations are precious additions to any set, and can be combined to suit any mood.

Savoir-faire

at the service of brilliance 

Perpetuating the Maison’s tradition of excellence, multiple forms of know- how combine to bring the Frivole creations to life, and infuse them with shine and intensity. The mirror polish — a Van Cleef & Arpels signature technique since the 1920s — is carefully performed by hand on each piece in the Frivole collection to enhance its radiance. The craftsmen’s virtuoso hands ensure the light flows unimpeded over the creations, which gleam intensely against the skin as a result.

Reflecting the Maison’s high standards and taste in gemstones, the diamonds are chosen according to the highest criteria: D to F for color, and IF to VVS for clarity.The precious stones undergo a twofold selection process, both scientific and specific to Van Cleef & Arpels, based on over a hundred years of expertise. The mount is meticulously worked by the jeweler to ensure the precious metal is correctly prepared to receive the diamonds. Openings are cut into the 7 flowers bracelet and 8 flowers ring to let light pass through the gemstones and intensify their sparkle.

Van Cleef & Arpels’ enchanting nature 

The first flower in the Maison’s garden bloomed in 1907 on the Marguerite brooch. The theme of bouquets emerged in the 1920s, depicted in bejeweled tableaux. Set with diamonds or colored stones, voluminous corollas unfurled in the 1930s, united by a precious ribbon and occasionally accentuated by dazzling large leaves in mirror-polished gold. Jewelry sets and beauty accessories, such as Minaudières, evoked countryside nature and verdant gardens to celebrate the freshness of flora. Filled with wonder at these endless metamorphoses,Van Cleef & Arpels recreated its infinite shades and shapes in the form of ox-eye daisies, primroses, and common daisies.

The Maison’s often figurative floral creations are also distinguished by their more graphic aesthetics. Over the decades, clips, earrings, rings, bracelets and pendants have illustrated Van Cleef & Arpels’ technical innovations and stylistic evolutions.This wealth of jewelry interpretations gave rise to heart-shaped petals, introduced in the 1940s on cigarette cases and pill boxes, then on a Trèfle clip in 1954. With their polished gold or diamond-paved corollas, the Frivole creations have been part of this creative tradition of beauty and harmony since 2003.

An artistic collaboration imbued with freshness 

French artist Alexandre Benjamin Navet, a friend of the Maison since 2020, has imagined a colorful and poetic world to showcase the Frivole collection. The illustrator has designed a verdant setting to accompany the dawning of spring in which slender flowers stand alongside three- dimensional decorative elements, like balustrades and vases, that adorn store windows and boutiques notably. The eye delights in the artist’s spirited pencil strokes, which conjure up sprightly motifs in a vibrantly colored composition.