Van Cleef & Arpels – อัศจรรย์หัตถศิลป์บอกเวลา

อาณาจักรมหัศจรรย์แห่งกลไกการขับเคลื่อน

กลไกขับเคลื่อนระบบต่างๆ ตามศาสตร์นาฬิกาวิทยา ซึ่งติดตั้งอยู่ในตัวเรือนเครื่องบอกเวลาจากคอลเลกชัน Poetic Complications ล้วนได้รับการพัฒนาขึ้นภายในห้องปฏิบัติการผลิตนาฬิกาข้อมือของ Van Cleef & Arpels ณ กรุงเจนีวา

ความชำนาญเชิงเทคนิคดำเนินคู่ขนานไปกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์บนเส้นทางสู่จุดหมายปลายทางแห่งสุนทรียศิลป์ อาทิเช่นระบบหุ่นกลซึ่งเคลื่อนไหวไปตามการสั่งงานของผู้ใช้ หรือระบบ Day/Night ซึ่งเป็นหน่วยควบคุมการขับเคลื่อนต่อเนื่องจากกลางวันถึงกลางคืน ต่างทำให้ทุกครั้งที่ก้มลงดูเวลา

24-hour modules: ระบบควบคุมการขับเคลื่อน 24 ชั่วโมง

สำหรับกลไกขับเคลื่อนขึ้นลานในตัวรุ่นนี้ อาศัยระบบแผ่นจานหมุน 24 ชั่วโมง ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Van Cleef & Arpels รองรับ และอำนวยให้รายละเอียดทางงานตกแต่งบนหน้าปัดสามารถหมุนวนสลับตำแหน่งเปลี่ยนผันอย่างต่อเนื่องไปได้ตลอดวัน ดังปรากฏให้เห็นผ่านนาฏกรรมลำนำโคจรตามวิถีสุริยะระหว่างพระอาทิตย์กับพระจันทร์บนผืนหน้าปัดของนาฬิกาข้อมือ “ทิวากับราตรี” รุ่น Lady Arpels Jour Nuit และ Lady Jour Nuit

ระบบขับเคลื่อนหุ่นกลตามสั่ง

กลไกขับเคลื่อนแบบขึ้นลานในตัว “ตาม-คำสั่ง” อำนวยให้ผู้ใช้สั่งงานการเคลื่อนไหวของหน้าปัดหุ่นกลได้ดุจมีชีวิตผ่านการกดปุ่มควบคุมระบบในทุกเวลาที่ปรารถนา และเมื่อหมดรอบของการเคลื่อนไหว คู่ผีเสื้อที่โผบินอย่างสดใส มีชีวิตชีวาอยู่บนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ “สายลมแห่งคิมหันต์” Lady Arpels Brise d’Été ก็จะเคลื่อนตัวกลับสู่ตำแหน่งตั้งต้นดังเดิมเพื่อทำหน้าที่บอกเวลาอย่างเที่ยงตรง

ความเหนือชั้นทางกลไกยังนำมาซึ่งลูกเล่นสลับตำแหน่งระหว่างผีเสื้อลงยาสีส้มกับสีฟ้าในยามเที่ยงวันกับเที่ยงคืนได้อย่างน่าอัศจรรย์

POETIC COMPLICATIONS
คอลเลกชันนาฬิกาข้อมือคอมพลิเคชัน

ความสลับซับซ้อนของกลไกต่างระบบตามศาสตร์นาฬิกาวิทยาภายในคอลเลกชัน Poetic Complications ซึ่ง Van Cleef & Arpels ได้พัฒนาขึ้นโดยอาศัยความเป็นเลิศทางงานฝีมือตามขนบหัตถศิลป์ดั้งเดิมร้อยเรียงวัสดุล้ำค่าหลากชนิดให้มาอยู่ร่วมกันเพื่อเล่าเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทำหน้าที่บอกเวลาบนหน้าปัด นอกเหนือจากความเป็นที่สุดในเชิงเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นแผ่นจานหมุน หรือผีเสื้อบอกเวลาขณะโบยบินอยู่ในสวน เช่นเดียวกับนางอัปสรทอดสายตากวาดมองตำแหน่งหมู่ดาวบนผืนฟ้า บรรดากลไกอันโดดเด่นเป็นหนึ่งเหล่านี้ ได้ร่วมกันมอบช่วงเวลาล้ำค่าทางอารมณ์อันถือกำเนิดขึ้นจากจินตนาการของเมซง

นาฬิกาข้อมือ “ทิวากับราตรี” รุ่น LADY ARPELS JOUR NUIT และ LADY JOUR NUIT

นาฬิกาข้อมือ Lady Jour Nuit
ตัวเรือนทองคำขาวขนาด 33 มม. ประดับเพชร
หน้าปัดพลอยแก้วพรรณรายประดับแผ่นแม่มุกร่วมกับทองคำขาว,
ทองคำสีเหลือง และเพชร
กลไกขับเคลื่อนระบบขึ้นลานอัตโนมัติในตัวด้วยการใช้หน่วยควบคุมการขับเคลื่อนรุ่น Day/Night
สายคาดหนังจระเข้อำนวยต่อการสลับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง
นาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Jour Nuit
ตัวเรือนทองคำขาวขนาด 38 มม. ประดับเพชร
หน้าปัดพลอยแก้วพรรณรายประดับแผ่นแม่มุกร่วมกับทองคำขาว, ทองคำสีเหลือง, เพชร และไพลินสีเหลือง
กลไกขับเคลื่อนระบบขึ้นลานอัตโนมัติในตัวด้วยการใช้หน่วยควบคุมการขับเคลื่อนรุ่น Day/Night
สายคาดหนังจระเข้อำนวยต่อการสลับเปลี่ยนได้ด้วยตัวเอง

ประกายแสงสุกสว่างกลางความมืดของผืนทิฆัมพรประดับดาราในยามรัตติกาล ซึ่ง Van Cleef & Arpels รังสรรค์ขึ้นลงสู่นาฬิกาข้อมือ “ทิวากับราตรี” หรือ Jour Nuit (ฌูร นุยต์) รุ่นแรกเมื่อปีค.ศ. 2008 ได้ขยายผลสู่สองผลงานรุ่นใหม่ในขนาด 33 มม. และ 38. มม. โดยอาศัยเวลาถึงสามปีในการพัฒนาระบบใหม่

เพื่อให้พระจันทร์ฝังเพชรจิกไข่ปลากับมวลดาวเคลื่อนโคจรไล่ตามดวงรวีเรืองรองจากงานฝังไพลินสีเหลืองแบบพรมหิมะทอประกายระยิบระยับล้อแสง หรือทองคำสีเหลืองสลักลายรัศมีตะวันกวิโญเช (guilloché) ส่องสกาวได้อย่างต่อเนื่องตราบนิรันดร์ กลไกแผ่นจานหมุนควบคุมการเคลื่อนที่ 24 ชั่วโมงได้รับการพัฒนาขึ้นมาติดตั้งใต้หน้าปัด ก่อผลลัพธ์แสดงวิถีแห่งสุริยจักรวาลได้อย่างแยบยลบนแผ่นพลอยพรรณรายอะเวนจูรีนจากมูราโนจำลองมิติเวิ้งว้างแห่งห้วงเวหนไกลโพ้น ทวีความเป็นเลิศด้วยเทคนิคเซาะสลักโครงสร้างเปิดโปร่งรองรับงานประดับดาวทองคำขาวฝังเพชรสุดวิจิตรบรรจง

ในขณะที่กรอบตัวเรือนขนาด 38 มม. ของนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Jour Nuit ใช้ลูกเล่นแผ่นแม่มุก หรือมาเธอร์-ออฟ-เพิร์ลสีขาวสลักลายจีบพัดคลี่จำลองแบบแถบเส้นรัศมีตะวัน บนหน้าปัดขนาด 33 มม. ของ Lady Jour Nuit อาศัยโค้งแม่มุกรองรับงานสลักลายรัศมีตะวันกวิโญเชลงยาสีน้ำเงิน เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงเส้นขอบฟ้าทอดผ่านภายใต้ปรากฏการณ์ละเมียดละไมของสุริยจักรวาลให้แก่ผลงานแต่ละรุ่น

ความทุ่มเท และใส่ใจในรายละเอียดแห่งความต่อเนื่องดำเนินมาสู่แผ่นฝาครอบหลัง ซึ่งอาศัยความประณีต พิถีพิถันของเทคนิครูปลอกลงยา (enamel decal) นางฟ้าอารักษ์จับตาชื่นชมนาฏกรรมแห่งเวหนบนแผ่นแก้วไพลินขัดผิวหมดจด ใสกระจ่างเผยให้เห็นโลหะจานเหวี่ยงเดินรายละเอียดแผ่นฟ้าประดับแสงดาว

รูปลอกลงยาบนแก้วไพลิน

เทคนิครูปลอกลงยา (enamel decal) บนแผ่นแก้วไพลิน คือการใช้ไหวพริบพลิกแพลงทักษะความชำนาญของงานลงยา ซึ่งอาศัยเวลา และความละเอียดลออเพื่อเติมเต็ม และเร่งระดับความคมชัดของลวดลายงานแกะสลัก

ความประณีต เฉียบคมระดับสูง ถือกำเนิดจากการใช้อุปกรณ์เหล็กหล่ออย่างที่นิยมกันในยุคก่อน ร่วมกับกรรมวิธีประกอบงานแบบเฉพาะ ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยแผนกช่างฝีมือประจำห้องปฏิบัติการผลิตงานของ Van Cleef & Arpels ดำเนินกับผลึกแก้วไพลิน (sapphire crystal) สำหรับประกบเป็นฝาครอบหลังตัวเรือนนาฬิกาข้อมือ Lady Arpels Jour Nuit และ Lady Jour Nuit ผ่านขั้นตอนลงยาเคลือบผิวทีละชั้นทับกันลงไปประมาณ 30 ถึง 36 ครั้ง ความสลับซับซ้อนอย่างที่สุดของเทคนิครูปลอกลงยานี้ อยู่ที่การคำนวณสัดส่วนอันลงตัวระหว่างอุณหภูมิ กับระยะเวลาที่จะใช้ในขั้นตอนลนไฟ (หรือเป่าความร้อน หรือเข้าเตาเผาตามขนาดชิ้นงานวัสดุ) เนื่องจากเคลือบสีลงยาแต่ละระดับโทนของแต่ละชั้นนั้น จำต้องอาศัยขีดอุณหภูมิซึ่งแตกต่างกันไปตามความเข้มข้นของผงสีที่ผสมน้ำยาเคลือบ รวมถึงความหนาของชั้นลงยา

สำหรับงานฝีมือรูปลอกลงยาที่ตกแต่งบนแก้วคริสตัลที่ใช้กับนาฬิกา “ทิวาราตรี” นั้น ประกอบขึ้นด้วยสองเทคนิคใหม่ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะ นั่นคือการใช้โลหะแพลทินัมหลอมขึ้นรูปมิติทรงนางฟ้า ร่วมกับเทคนิคจิตรกรรมจุดสี (pointillism technique) ก่อลำดับไล่เฉดโทน ด้วยลูกเล่นผสานพื้นสีน้ำเงินลงบนแผ่นแก้วไพลินเนื้อใส ผลลัพธ์เหลื่อมเฉดไล่โทนจากเข้มสู่อ่อนอย่างกลมกลืน เต็มไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา

 

 

ENCHANTING TIME WITH THE MÉTIERS D’ART

MOVEMENT AS A SOURCE OF WONDER

The watch movement modules used for Poetic Complications timepieces are developed in-house by Van Cleef & Arpels’ Watchmaking Workshops in Geneva. Technical expertise goes hand in hand with creativity and a quest for enchantment. Automaton movements with on-demand animation or Day/Night display modules make it possible to capture the poetry in every moment.

24-hour movement

This self-winding mechanical movement, featuring a 24-hour rotating disc module developed by Van Cleef & Arpels, gradually transforms the decor on the dial throughout the day. The Maison uses this system to breathe life into stories portraying the celestial ballet, like the sun/moon cycle in the Lady Arpels Jour Nuit and Lady Jour Nuit watches.

On-demand automaton movement

Self-winding “on-demand” movements allow users to enliven the dial like an automaton with the push of a button, according to the wearer’s desires. At the end of the animation, the two butterflies adorning the Lady Arpels Brise d’Été watch return to their initial position indicating the time. The orange and blue butterflies, diametrically opposed, alternate at noon and midnight. 

POETIC COMPLICATIONS COLLECTION

With the Poetic Complications collection, the watchmaking mastery developed by Van Cleef & Arpels combines precious materials and traditional savoir-faire to bring to life a tender story that enlivens every dial. Rotating discs or butterflies reveal the time of day amid a stroll through a flower-filled garden or a celestial reverie. Going beyond their technical features, these exceptional mechanisms offer precious moments of contemplation, rooted in the Maison’s spirit.

Positioning the oscillating weight of the movement of Lady Arpels Jour Nuit

LADY ARPELS JOUR NUIT AND LADY JOUR NUIT WATCHES

Lady Arpels Jour Nuit watch

38-mm case in white gold, diamonds

Dial in aventurine glass, mother-of-pearl, white gold, yellow gold, diamonds, yellow sapphires

Self-winding mechanical movement featuring a Day/Night module Self-interchangeable alligator leather bracelet

Lady Jour Nuit watch

33-mm case in white gold, diamonds

Dial in aventurine glass, mother-of-pearl, white gold, yellow gold, diamonds

Self-winding mechanical movement featuring a Day/Night module Self-interchangeable alligator leather bracelet

MURANO AVENTURINE GLASS

Production of aventurine glass in Murano begins with the manufacturing of conventional glass, heated to 2,192°F (1,200 °C). Thanks to the presence of ore in a crucible, the glass takes on a sparkling deep blue color. The crucible must then cool completely before being broken with a hammer. This step in and of itself takes a month.

The pieces of aventurine glass are then cut − an extremely delicate procedure

– to extract thin layers. A rigorous selection process is implemented to guarantee uniformity in terms of hue and glitter on the disc making up the dial.

Awed by the spectacle of the stars, Van Cleef & Arpels is reinventing the Lady Arpels Jour Nuit watch, introduced in 2008, with two new models 33 and 38- mm in diameter that required three years of development. The diamond-paved moon and stars perpetually pursue the sun, embellished with snow-set yellow sapphires, or alternatively guilloché yellow gold. Featuring a 24-hour rotating disc, the dial revolves almost imperceptibly. Thanks to the depth effect of the Murano aventurine glass, these pieces portray the immensity of the cosmos and the magic of a starry night. A veritable feat of technical design, the aventurine glass presents delicate openwork to hold the diamond-set white-gold stars.

The mother-of-pearl shrouds symbolize the horizon framing the poetry of space. White for the 38-mm case and painted blue for the 33-mm model, they both exhibit a guilloché effect. A sapphire crystal covers the rear of the case and the oscillating weight, adorned with a polished star-studded sky. Decorated using the enamel decal technique, they reveal a protective fairy admiring the winsome ballet of the planets.

ENAMEL DECAL ON SAPPHIRE GLASS

Enamel decal on sapphire glass is a time-honored form of savoir-faire that complements engraving work. Extreme precision is achieved through the use of vintage cast-iron machines and specific fitting methods developed by the Van Cleef & Arpels’ Workshops. A single sapphire crystal on the back of the Lady Arpels Jour Nuit and Lady Jour Nuit watch cases comprises between 30 and 36 coats of enamel. The complexity of this technique lies in striking the perfect balance between temperature and firing time. Drying period between each coat varies according to the enamels used and the overall thickness.

Two new technical approaches were developed for Jour Nuit crystals: the use of platinum – for the fairy silhouette – and the pointillism technique to create a color gradient, thus infusing the blue background with greater vitality.